อย่างไม่พอใจ “ตามกฎแล้ว การทดสอบกระบี่นี้เป็นเพียงขั้นแรก ขั้นที่สองต่างหากเล่าที่สำคัญ!”
“ยังมีขั้นที่สองอีกหรือ?” ฉินหลินตกตะลึง ขณะที่รอยยิ้มของผู้เฒ่าอ้วนค่อย ๆ หายไป และกล่าวว่า “ผู้อาวุโสรอง พวกเราไม่ทำการทดสอบขั้นที่สองได้หรือไม่?”
“ตามกฎของสำนัก เมื่อมีผู้ใดเรียกกระบี่ปราณได้เกินเจ็ดเล่ม คนเหล่านั้นจะต้องรับการทดสอบขั้นที่สอง!” ผู้อาวุโสเฮยหยิบบันทึกกฎเกณฑ์ของสำนักเก้าสุขสงบออกมา
ผู้เฒ่าอ้วนขมวดคิ้ว “แต่นั่นมันเมื่อหลายหมื่นปีที่แล้ว และในยุคสมัยนี้ ข้าก็ไม่เคยเห็นผู้ใดรับการทดสอบนี้มาก่อน!”
“นั่นเป็นเพราะไม่มีใครสามารถเรียกกระบี่ปราณได้เกินเจ็ดเล่มมาก่อน!” ผู้อาวุโสเฮยอ้างเหตุผลที่ทำให้ผู้เฒ่าอ้วนวิตกกังวล และฉินหลินก็ถึงกับขมวดคิ้ว เนื่องจากไม่อาจโต้แย้งข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้เลย
ทว่าลู่เฉินกลับยังคงสงบนิ่ง “การทดสอบขั้นที่สองคืออะไร?”
“นำสำนักเก้าสุขสงบผงาดขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแห่งแดนทักษิณา!” ผู้อาวุโสเฮยจ้องที่ลู่เฉิน ไม่มีทีท่าของการลดราวาศอก
ทุกคนตกใจเมื่อได้ยินคำว่า ‘อันดับหนึ่งแห่งแดนทักษิณา’
เนื่องจากแดนทักษิณาเป็นพื้นที่ทางตอนใต้ของจิ่วโหยว อีกทั้งยังมีสำนักและสำนักฝึกตนไม่น้อย อย่างเช่นสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ทว่าถึงแม้สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์จะเป็นอันดับหนึ่งในบริเวณนี้ แต่ก็ถูกจัดให้อยู่เพียงร้อยอันดับแรกของแดนทักษิณาเท่านั้น!
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่สำนักเก้าสุขสง