ว่าสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์อยู่มาก แต่มันก็มีประวัติอันยาวนาน”
…และนั่นคือทั้งหมดที่หมอฉินผู้นี้สามารถอวดอ้างได้
อย่างไรก็ตาม ลู่เฉินไม่สนใจว่ามันจะย่ำแย่เพียงใด เขาเลือกที่จะสะกดกลั้นอารมณ์ภายในและเอ่ยว่า “ไปกันเถอะ”
”เช่นนั้นก็เชิญ”
ฉินหลินพาลู่เฉินไปยังห้องโถงของสำนักบนภูเขาเก้าสุขสงบ
เมื่อทุกคนได้ยินว่าฉินหลินคิดจะให้ลู่เฉินเข้ารับการทดสอบเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่ว ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนมารวมตัวกันที่ห้องโถงเพื่อจับจ้องมองดูด้วยความสนใจ
ไม่เพียงแค่นั้น พวกเขายังพากันจับกลุ่มนินทา
“นี่คือโจรที่ขโมยคัมภีร์จากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์?”
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าได้ยินมาว่าคู่หมั้นของเขาหนีไปกับชายอื่น!”
“นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือเขาไม่มีรากวิญญาณ!”
“ไม่มีรากวิญญาณ เช่นนั้นเขาจะมาทำที่นี่ทำไมกัน?”
“เขาคงคิดว่าเพราะเราตกต่ำ จึงคิดจะทำให้เรายอมลดมาตรฐานในการรับศิษย์งั้นหรือ?”
“นั่นสิ เขาคิดอันใดในหัวกันแน่?”
เห็นได้ชัดว่าหลายคนรังเกียจลู่เฉิน ผนวกกับความไม่ชอบใจสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์เป็นทุนเดิม อีกทั้งลู่เฉินยังเคยเป็นศิษย์จากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์มาก่อน!!
“เหตุใดพวกเจ้าจึงมายืนออกันที่นี่มากมายนัก ว่างมากนักหรือ?” ทันทีที่ฉินหลินกล่าวคำออกมา คนเหล่านี้ก็พากันสงบปากลงทันที เห็นได้ชัดว่าฉินหลินมีตำแหน่งที่สูงไม่น้อย
ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาที่เงียบลง ฉินหลินก็หันไปเตือนลู่เฉินว่า “เ