้จึงคล้ายกับกลุ่มคนที่เคยทำร้ายเขา ณ ตอนที่อยู่แดนเซียนในปีนั้น!
“ดูเหมือนว่าข้าคงจำต้องกลับไปยังสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง เพื่อตามหาชายชุดดำผู้นั้น!”
หลังจากที่ลู่เฉินตัดสินใจแล้ว เขาก็สงบอารมณ์ลง
แต่เมื่อต้องการจะลุกขึ้น ความเจ็บปวดพลันกลายเป็นเครื่องย้ำเตือนชั้นดี “เกือบลืมไปเสียแล้ว ว่าร่างนี้บาดเจ็บสาหัสนัก!”
“ก๊อก ๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ลู่เฉินตื่นตัวทันที “ใคร?”
“นายน้อย ข้าเอง!” เสียงสตรีใสแจ๋วดังขึ้น และลู่เฉินก็จำได้ทันทีว่านั่นคือเสียงของสาวใช้ประจำตระกูลลู่ …อวิ๋นซาน
หลังจากตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้ ลู่เฉินก็ตะโกนว่า “เข้ามา!”
หญิงสาวอายุประมาณสิบห้าหรือสิบหกปีเข้ามาพร้อมกับถ้วยยาในมือ
“นายน้อย หมอฉินกล่าวว่าตราบใดที่ท่านดื่มยานี้ อาการบาดเจ็บของท่านก็จะดีขึ้น!” อวิ๋นซานกล่าวพร้อมกับเป่ายาที่ยังร้อนอยู่
หลังจากลองดมกลิ่นแล้ว ลู่เฉินก็รู้ว่ายานี้มีส่วนผสมล้ำค่ามากมาย แต่มันกลับไม่ได้มีผลอะไรกับร่างกายของเขามากนัก เขาจึงหันไปกล่าวกับนาง “อวิ๋นซาน ข้าอยากให้เจ้าทำอะไรให้ข้าสักอย่าง”
“นายน้อย ท่านต้องการสิ่งใด พูดมาได้เลยเจ้าค่ะ!” อวิ๋นซานรีบวางถ้วยยาลงอย่างรวดเร็ว
ลู่เฉินลังเลแล้วเอ่ยขึ้น “หาคนมาช่วยพาข้าไปที่ใต้ต้นไม้พันปีในสวน”
อวิ๋นซานที่ได้ยินเช่นนั้นก็กังวล จึงเอ่ยแย้ง “แต่ว่านายน้อย อาการบาดเจ็บของท่าน…”
“พอออกไปแล้ว… ข้าจะดีขึ้น เชื่อเถอะ” ลู่เฉินตอบ
แม้อวิ๋นซานจะ