แม้กริชแหลมคมจะจ่ออยู่ตรงหน้า ทว่าหลี่เยว่หานกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
“สิ่งที่ข้าไม่ยินยอมพร้อมใจทำ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมายังไม่เคยมีใครบังคับข้าได้สำเร็จ” หลี่เยว่หานเอ่ยจบก็ส่งยิ้มที่ดูประหลาดล้ำให้นางกำนัลผู้นั้น
นางกำนัลผู้นั้นพลันหน้าซีดเผือด กริชในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง ‘เคร้ง’ นางรีบกุมศีรษะแล้วลงไปนอนคู้ตัวอยู่บนพื้น เพียงชั่วพริบตาก็เจ็บปวดจนเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย
“บอกข้ามา นายของเจ้าคือใคร?” หลี่เยว่หานเอ่ยถามพลางแตะนิ้วชี้เรียวขาวลงบนขมับของนางเบา ๆ
ความเจ็บปวดทุเลาลงชั่วขณะ นางกำนัลหอบหายใจพลางถลึงตาใส่หลี่เยว่หาน “เจ้าวางยาข้า!”
“ข้าไม่เคยนึกพิสมัยวิธีการวางยาเช่นนั้นเลย” หลี่เยว่หานยิ้มละไม “บอกมา นายของเจ้าคือใคร”
“อย่าหวังว่าข้าจะปริปากบอกเจ้าแม้แต่คำเดียว!” นางกำนัลจ้องหน้าหลี่เยว่หานอย่างเด็ดเดี่ยว ทำท่าจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย
หลี่เยว่หานรีบบีบขากรรไกรของนางไว้ทันควัน “การกัดลิ้นน่ะมันไม่ตายจริงหรอกนะ ทั้งไม่ทำให้เสียความสามารถในการพูดด้วย มีแต่จะทำให้เจ็บปวดเจียนตายเท่านั้น เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะกัดลงไปจริง ๆ?”
นางกำนัลคิดไม่ถึงว่าหลี่เยว่หานจะกล่าวเช่นนี้ จึงชะงักไปครู่หนึ่ง
ในจังหวะนั้นเอง หลี่เยว่หานก็ถอนนิ้วชี้ออกจากขมับของนาง ทันทีที่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น นางกำนัลผู้นั้นก็ถูกความปวดศีรษะที่โถมเข้าใส่จนสลบเหมือดไป
“ท่านแม่เจ้าคะ” เสียงใสซื่อไร้เดียง