สาดังขึ้น หลี่เยว่หานหันไปมอง พบว่าเมิ่งอิงหนิงกำลังยืนดูอยู่ข้างกายอย่างเรียบร้อย เมื่อเห็นมารดาหันมา อานิ่งก็ชี้ไปที่นางกำนัลที่สลบไปแล้วกล่าวว่า “ท่านแม่ ให้ข้าลองดูหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”
หลี่เยว่หานฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้าฉงนใจ
เมิ่งอิงหนิงเริ่มถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างไม่รีบร้อน เผยให้เห็นปานแดงรูปขนนกที่ข้อมือซ้าย จากนั้นก็จ้องมองหลี่เยว่หานด้วยสายตาแน่วแน่ “ให้ข้าลองดูนะเจ้าคะ”
หลี่เยว่หานขมวดคิ้วมุ่น รีบดึงแขนเสื้อของบุตรสาวลงทันที ก่อนจะอุ้มนางขึ้นมาส่งให้อวี้จวงกอดไว้ “อานิ่งเป็นเด็กดีนะเจ้าคะ ไว้กลับไปค่อย… ค่อยเล่นกัน!”
แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่เมิ่งอิงหนิงอยากลองคืออะไร แต่หลี่เยว่หานรู้ดีว่าในวังหลวงแห่งนี้มีหูตามากมาย แม้รอบตัวจะดูเหมือนไม่มีคน ทว่าความจริงย่อมมีคนลอบสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล
โชคดีที่เมื่อครู่พวกนางยืนล้อมเมิ่งอิงหนิงเอาไว้ และเด็กคนนี้ปกติจะพูดจาเสียงเบาละมุนละไม หากไม่เข้ามาใกล้จริง ๆ ย่อมไม่มีทางได้ยินแน่นอน
ทว่านางกำนัลผู้นี้จะจัดการอย่างไรดี…
หลี่เยว่หานหรี่ตาลง นางอุ้มเมิ่งสืออี้มาจากมือแม่นม แล้วสั่งให้แม่นมไปตามองครักษ์ที่ใกล้ที่สุดมาจัดการ จากนั้นจึงพาทุกคนเดินมุ่งหน้าไปยังอุทยานหลวงตามเส้นทางในความทรงจำ
แน่นอนว่าก่อนไป หลี่เยว่หานได้ใช้พลังจิตสัมผัสวิญญาณโจมตีสมองของนางกำนัลผู้นั้นอย่างรุนแรง เพื่อให้แน่ใจว่านางจะจำสิ่งที่เมิ่งอิงหนิงพูดเมื่อครู่ไม่ได้
สวนสุนัข