ล่าเนื้อแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงมุมอับของวังหลวง ตอนที่หลี่เยว่หานอาศัยอยู่ในวังก็เคยมาเยือนเพียงครั้งสองครั้ง แต่เพราะตอนนั้นกำลังตั้งครรภ์จึงไม่ได้อยู่นานนัก
พวกนางใช้เวลาเดินเกือบครึ่งชั่วยาม จนในที่สุดก็พบกับสีเยว่ นางกำนัลของฮองเฮาที่กำลังเดินกระวนกระวายใจอยู่
“อาหญิงสีเยว่” หลี่เยว่หานเข้าไปทักทาย
สีเยว่ที่กำลังร้อนใจ เมื่อหันมาเห็นหลี่เยว่หานก็น้ำตาคลอเบ้าทันที “บ่าวคำนับพระชายาฉีอ๋องเพคะ ฮองเฮาและมู่หวังเฟยทรงรอท่านอยู่นานแล้ว รีบตามบ่าวมาเถิดเพคะ!”
หลี่เยว่หานพยักหน้ารับคำ
ภายใต้การนำทางของสีเยว่ ในที่สุดหลี่เยว่หานก็มาถึงอุทยานหลวง
เพื่อไม่ให้ชุดของหลี่เยว่หานยับ เมิ่งสืออี้จึงขอลงมาเดินเอง เขาจูงมือมารดาเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างามดูภูมิฐานไม่น้อย
ฮองเฮาและมู่หวังเฟยกำลังสนทนาอยู่กับเหล่าฮูหยินชั้นสูงและคนสนิทของเชื้อพระวงศ์จากแว่นแคว้นต่าง ๆ ครั้นหันมาเห็นหลี่เยว่หานพาลูกชายลูกสาวมาถึง ทั้งสองพระองค์ก็รีบผละจากกลุ่มสตรีที่พูดคุยกันไม่หยุดเหล่านั้น แล้วเสด็จตรงมาหาหลี่เยว่หานทันที
“ตายจริง ไม่ได้เจอนายน้อยของเราเสียนาน สูงขึ้นเพียงนี้เชียวหรือ!” หลังจากทักทายกับหลี่เยว่หานแล้ว สายตาของทั้งสองก็จับจ้องไปที่เมิ่งสืออี้และเมิ่งอิงหนิง “แล้วก็นี่คุณหนูใหญ่ของเรา ดูดวงตากลมโตนั่นสิ โตไปต้องเป็นโฉมงามแน่นอน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรดาฮูหยินและสตรีสูงศักดิ์ที่รุมล้อมเข้ามาต่างก็พาก