ันเอ่ยชมเชยด้วยถ้อยคำไพเราะราวกับไม่ต้องเสียเงินซื้อ
เมิ่งสืออี้และเมิ่งอิงหนิงไม่เคยจัดงานฉลองครบขวบปี นี่จึงเป็นครั้งแรกในความทรงจำที่ต้องรับมือกับผู้ใหญ่มากมายเพียงนี้ เมิ่งอิงหนิงมักจะวางหน้าเรียบเฉยต่อหน้าคนไม่คุ้นเคย ส่วนเมิ่งสืออี้นั้นปากหวานรู้จักประจบประแจง ทว่าเมื่อเจอคนรุมล้อมมากมายขนาดนี้เขาก็เริ่มจะรับมือไม่ไหว…
โชคดีที่หลี่เยว่หานคอยปกป้องไว้ หลังจากรับมือไปรอบหนึ่ง ทุกคนคงดูออกว่านางไม่อยากให้ใครมารุมล้อมจึงค่อย ๆ แยกย้ายกันไป เหลือเพียงฮองเฮา มู่หวังเฟย ฟางจื่อหลานจากจวนซิงกั๋วกง และหยวนหลิงเอ๋อร์จากจวนอู่กั๋วกงที่ยังอยู่ตรงนี้
“ดูสิ อาอี้ของเราหน้าบึ้งเชียว รำคาญที่เสียงดังเกินไปใช่หรือไม่?” ฮองเฮาทอดพระเนตรเด็กน้อยผู้น่ารักทั้งสองด้วยความเอ็นดู เมื่อคนเริ่มซาลงพระนางก็ก้มตัวลงบีบแก้มเมิ่งสืออี้เบา ๆ พลางแย้มพระสรวลอย่างอ่อนโยน
“มิใช่ขอรับ” เมิ่งสืออี้ถอนหายใจ “ฮองเฮา เหตุใดที่นี่จึงมีแต่เด็กผู้หญิงล่ะขอรับ? มิใช่ว่าชายหญิงมิควรใกล้ชิดกันหรือขอรับ? ข้าช่างรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวเอาเสียเลย…”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮองเฮาก็ชะงักไปก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “เยว่หาน อาอี้เด็กคนนี้ฉลาดเกินวัยไปหรือไม่ เจ้าสั่งสอนเขาอย่างไรกันเนี่ย!”
หลี่เยว่หานหัวเราะตาม ก่อนจะปล่อยให้เมิ่งสืออี้ไปเล่นกับฟางจื่อหลานที่ด้านหนึ่ง โดยสั่งให้อวี้จวงอุ้มเมิ่งอิงหนิงตามไปดูแล จากนั้นนางจึงปลีกตั