วจากหยวนหลิงเอ๋อร์ ดึงมือฮองเฮาและมู่หวังเฟยมานั่งลงที่ศาลา และกระซิบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ฟังด้วยเสียงแผ่วเบา
หลังจากฟังจบ แม้รอยยิ้มบนพระพักตร์ของฮองเฮาจะไม่เลือนหายไป แต่น้ำเสียงกลับเย็นเยียบลงมาก “เมื่อวันก่อนสวนสุนัขล่าเนื้อเพิ่งได้รับสุนัขป่าดุร้ายจากแว่นแคว้นบรรณาการมาหลายตัว ยิ่งช่วงประชุมขุนนางเช่นนี้ยังไม่มีเวลาฝึกพวกมันจึงอันตรายมาก ดูท่าวันนี้จะมีคนอยากให้พวกเจ้าแม่ลูกตกลงไปในรังหมาเสียแล้ว”
“ท่านอ๋องถูกเรียกตัวเข้าวังแต่เช้า เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเพคะ?” หลี่เยว่หานเลียนแบบท่าทางของฮองเฮาและมู่หวังเฟย คือพูดคุยกันไปยิ้มแย้มไปเพื่อมิให้ผิดสังเกต
“ไม่มีเรื่องใหญ่อันใดหรอก แค่องค์ชายจากเผ่าเร่ร่อนเข้าวังมา ท่านพ่อจึงเห็นว่ามีเพียงเมิ่งฉีฮ่วนที่พอจะสยบเขาได้ จึงรีบเรียกตัวมาอย่างเร่งด่วนน่ะ” ฮองเฮากระซิบตอบ
มู่หวังเฟยที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ จู่ ๆ ก็โพล่งถามขึ้นว่า “จริงด้วยสิอาไฉ่ หยวนหลิงเอ๋อร์แต่งงานไปหรือยัง?”
“แต่งแล้ว รับเขยแต่งเข้าบ้านน่ะ ทว่าแต่งเช้าพอถึงค่ำก็หย่าขาดกันเสียแล้ว” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ น้ำเสียงของฮองเฮาก็ดูไม่สบอารมณ์ขึ้นมา “บ้านนี้ช่างหาช่องว่างเก่งเสียจริง!”
“วันนี้หยวนหลิงเอ๋อร์มางานเลี้ยงด้วยหรือไม่?” มู่หวังเฟยถามต่อ
“มาสิ นางชอบทำตัวเด่นดังเป็นผีเสื้อร่อนเร่ไปทั่ว มีหรือจะพลาดงานเลี้ยงในวังเช่นนี้ ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่านางหย่าขาดในวันมงคลแ