้วยลายแต้มเพียงจุดเดียวนี้กลับทำให้นางดูสูงศักดิ์ วางตัวสง่างาม และน่าทึ่งอย่างยิ่ง
เมื่อแต่งกายเสร็จสิ้น หลี่เยว่หานภายใต้การปรนนิบัติของอวี้จวงก็ไปหาลูก ๆ ทั้งสอง
เมิ่งสืออี้สวมเสื้อคลุมสีม่วงเข้มที่ตัดเย็บมาพอดีตัว ปักลวดลายมังกรสี่เล็บซึ่งเป็นลายเฉพาะของราชวงศ์ ผมของเขาถูกรวบขึ้นสวมทับด้วยมงกุฎหยกเล็ก ๆ ดูมีสง่าราศีของเชื้อพระวงศ์
ส่วนเมิ่งอิงหนิง เนื่องจากเป็นเด็กหญิงและยังเป็นเพียงเด็กน้อย จึงสวมชุดอ๋าวฉวินสีม่วงอ่อน เมิ่งฉีฮ่วนนั้นรักบุตรสาวดั่งแก้วตาดวงใจ จึงสั่งให้คนนำหนังจิ้งจอกแดงมาทำเป็นผ้าคลุมให้อานิ่งโดยเฉพาะ
แม่หนูน้อยไม่มีเครื่องประดับมากมายนัก เพียงเกล้าผมทรงแกละคู่ที่ดูเรียบง่ายและภูมิฐาน ทำให้ดูเป็นเด็กดีน่าเอ็นดูผิดปกติ
“อาอี้กับอานิ่งของแม่ช่างงดงามยิ่งนัก” เมื่อเห็นลูกน้อยที่เรียบร้อยทั้งสองคน หัวใจของหลี่เยว่หานก็อ่อนระทวยด้วยความรัก
“พระชายา รถม้าประจำวังเตรียมพร้อมแล้วเจ้าค่ะ ยามเช้าตรู่นายท่านเข้าวังไปก่อนแล้ว ดูเหมือนจะมีธุระด่วนบางอย่าง” พ่อบ้านฉีส่งคนมาแจ้งให้หลี่เยว่หานเริ่มออกเดินทางได้ เดิมทีการประชุมขุนนางครั้งใหญ่ พระอ๋องและพระชายาควรจะเข้าร่วมพร้อมกัน ทว่าไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงถูกเรียกตัวเข้าวังด่วนแต่เช้าตรู่ ทำได้เพียงปล่อยให้หลี่เยว่หานพาลูกทั้งสองเดินทางไปตามลำพัง
หลี่เยว่หานไม่ใช่ครั้งแรกที่เข้าร่วมงานนี้ นางจึงพอจะคุ้นเค