พวกเขาร้องให้สะใจก่อนค่อยว่ากัน”
แม้หลี่เยว่หานจะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการเลี้ยงลูกนัก แต่นางก็รู้ดีว่าไม่ควรตามใจจนเด็กติดนิสัยใช้การร้องไห้ต่อรอง นางเข้าใจว่าลูกอยากเล่น แต่ยามนี้ฟ้ามืดสนิท แถมหิมะยังตกหนักราวกับขนนกกระจัดกระจาย ขนาดผู้ใหญ่ยังหนาวจนสั่นสะท้าน นับประสาอะไรกับเด็กเล็ก
เมิ่งฉีฮ่วนเองก็รู้ใจ เขาใช้แขนคีบเด็กคนละข้างไว้ใต้รักแร้ แล้วหิ้วออกจากห้องอุ่นไปทั้งอย่างนั้นเลย
เหยียนจื่อเซียงเห็นภาพนี้ก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา “พี่เยว่หาน วิธีอุ้มลูกของสามีท่านช่างเรียบง่ายและดุดันเหลือเกิน แค่หนีบไปตรง ๆ เช่นนี้เลย!” นางพูดพลางทำท่าเลียนแบบ
ท่าทางนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากสาว ๆ ได้ครืนใหญ่
พวกนางเล่นไพ่นกกระจอกไป จิบน้ำแกงอุ่นไป และพูดคุยสัพเพเหระกันอย่างรื่นเริง เวลาจึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
คืนนี้เหยียนจื่อเซียงพำนักที่จวนอ๋อง ส่วนสวีอวิ้นเอ๋อร์และแม่นางหลานซั่วต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน หลังจากส่งทั้งสองคนแล้ว เหยียนจื่อเซียงที่เหนื่อยมาทั้งวันก็ขอตัวไปนอนก่อน
หลี่เยว่หานแวะไปดูลูกทั้งสองที่แม่นมกล่อมจนหลับสนิทแล้ว จากนั้นจึงผลักประตูห้องหนังสือของเมิ่งฉีฮ่วนที่ยังคงเปิดไฟสว่างอยู่เข้าไป
“เลิกวงแล้วหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนเงยหน้ามองหลี่เยว่หานแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าเขียนบางอย่างต่อ
“อืม” หลี่เยว่หานเดินไปข้าง ๆ เขา ชะโงกหน้าดูสิ่งที่เขาเขียนอยู่ด้วยความประหลาดใจ “ระบบใหม่ราบรื่นขนาดนี้