” เมิ่งฉีฮ่วนอธิบายอย่างใจเย็นขณะย่อตัวลง
เหยียนจื่อเซียงที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะร่า “เห็นไหมอาอี้ น้าไม่ได้โกหกใช่ไหมเล่า!”
เมิ่งสืออี้ถอนหายใจยาว เขาจูงมือน้องสาวแล้วมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยสายตาอ้อนวอน “ท่านพ่อ ถ้าหิมะตก… ก็ปั้นตุ๊กตาหิมะได้นี่นา!”
“แต่ข้างนอกมันมืดแล้วนะ” เมิ่งฉีฮ่วนใช้นิ้วเขี่ยแก้มกลม ๆ ของลูกชาย
เมิ่งสืออี้เบะปาก เตรียมตัวจะร้องไห้ เมิ่งฉีฮ่วนเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยขัด “ลูกผู้ชายตัวจริง ประโยคต่อไปว่าอย่างไร?”
“แง้! เลือดออก เหงื่อไหล แต่ไม่ยอมเสียน้ำตา!” เมิ่งสืออี้ร้องไห้โฮออกมาเต็มเสียง “แต่ข้ายังเป็นเด็ก ยังไม่ใช่ลูกผู้ชาย! น้องสาวก็เป็นเด็กผู้หญิง ไม่ใช่ลูกผู้ชายเหมือนกัน!”
สิ้นคำพูดนั้น เมิ่งอิงหนิงที่มองดูพี่ชายส่งเสียงฟ้าผ่าแต่ไม่มีฝนตกก็เริ่มเบะปากบ้าง แล้วสองพี่น้องก็ประสานเสียงร้องไห้จอมปลอมออกมาพร้อมกัน
คราวนี้ล่ะ เด็กทั้งสองแผดเสียงร้องสุดกำลัง ฟังดูน่าสงสารจับใจ แต่ติดอยู่ที่ว่าไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยดเดียว…
หลี่เยว่หานและสหายทั้งสามวางมือจากไพ่ รีบเข้าไปรุมล้อมพยายามปลอบเด็ก ๆ
ทว่ายิ่งปลอบ ทั้งสองกลับยิ่งร้องดังขึ้นกว่าเดิม
และแน่นอนว่า ยังคงเป็นฟ้าผ่าที่ไม่มีหยาดฝนอยู่เช่นเดิม…
เห็นดังนั้น หลี่เยว่หานจึงตัดสินใจจูงมือสหายทั้งหลายลุกกลับไปที่โต๊ะไพ่เพื่อเล่นต่อ นางเริ่มสับไพ่พลางพูดเสียงดังส่งไปทางเมิ่งฉีฮ่วน “หิ้วเจ้าลำโพงน้อยทั้งสองไปข้างนอกทีเจ้าค่ะ ให้