เจ้าค่ะ”
เมิ่งฉีฮ่วนชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะกางแขนออกให้บ่าวรับใช้ช่วยเปลี่ยนเป็นชุดลำลองที่สวมใส่สบาย จากนั้นจึงถือน้ำแกงอุ่นมุ่งหน้าไปยังห้องอุ่น
เมื่อเขาผลักประตูเข้าไป หลี่เยว่หานเงยหน้าขึ้นสบสายตากับเขาพอดี นางจึงเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม “วันนี้กลับเร็วนะเจ้าคะ”
เมิ่งฉีฮ่วนทำหน้าละเหี่ยใจพลางชี้ไปทางข้างนอก “ฟ้ามืดสนิทขนาดนี้แล้ว ข้ากลับมาช้ากว่าปกติถึงครึ่งชั่วยามเชียวนะ”
“…” หลี่เยว่หานเม้มริมฝีปากล่างด้วยความเก้อเขิน นางรีบก้มหน้าก้มตาคลำหาไพ่ต่อโดยไม่สนใจเขาอีก
ส่วนสหายสตรีทั้งสามต่างลุกขึ้นจะทำความเคารพ แต่เมิ่งฉีฮ่วนรีบห้ามไว้ “ข้ามาขัดจังหวะความสนุกของพวกเจ้าเอง หากต้องทำพิธีรีตองกันอีกจะดูห่างเหินเกินไป” เขาพูดพลางส่งน้ำแกงอุ่นให้อวี้จวง “นี่คือน้ำแกงอุ่นที่ห้องครัวเตรียมไว้ให้ตั้งนานแล้ว เล่นสนุกก็ส่วนหนึ่ง แต่อย่าปล่อยให้ท้องกิ่วกันล่ะ”
เมิ่งสืออี้และเมิ่งอิงหนิงกอดขาเมิ่งฉีฮ่วนไว้คนละข้าง ไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ
เดิมทีเมิ่งฉีฮ่วนตั้งใจจะส่งน้ำแกงเสร็จแล้วกลับไปจัดการงานบ้านงานเมืองต่อที่ห้องหนังสือ แต่ถูกเด็กแสบทั้งสองกอดไว้แน่นจนต้องทำสีหน้าลำบากใจ “พี่น้องคู่นี้ต้องการอะไรกัน หืม?”
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ” เมิ่งสืออี้เงยหน้าขึ้น “ท่านน้าจื่อเซียงบอกว่าว่าวนั้นสนุกมาก อาอี้กับน้องสาวอยากเล่นว่าวขอรับ!”
“ข้างนอกหิมะตกหนักขนาดนี้ ว่าวต้องรอให้หิมะหยุด ตกไม่ตก ฝนไม่ตก และมีลมถึงจะเล่นได้