“ไม่ใช่เจ้าค่ะ!” เมิ่งสืออี้มีปฏิกิริยาทันควัน เขารีบปฏิเสธในทันที ก่อนจะหันไปหาแม่นมแล้วอ้าปากรอรับอาหารต่อ
เมิ่งอิงหนิงเห็นดังนั้นก็เลียนแบบท่าทางของพี่ชาย นางมองหน้าแม่นมแล้วอ้าปากกว้าง พลางส่งเสียงอ้อแอ้ออกมาอย่างน่าเอ็นดู
เหยียนจื่อเซียงถึงกับอึ้งไป นางหันไปมองหลี่เยว่หานด้วยความมึนงง
หลี่เยว่หานเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหา พลางหยิบกุญแจอายุยืนทั้งสองชิ้นจากมือนางมาลองชั่งน้ำหนักดู แล้วเอ่ยหยอกว่า “แม่เจ้า… นี่เจ้าไปปล้นร้านทองมาหรืออย่างไร?”
“ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าจะซื้ออะไรให้ดี ก็เลยส่งทองแท้ให้นี่แหละ อย่างไรเสียมันก็มีค่าในตัวของมันเอง อีกอย่างเด็ก ๆ ใส่ทองจะได้มั่งมีศรีสุข ร่ำรวยเงินทองอย่างไรเล่า!” เหยียนจื่อเซียงเป็นคนคิดอะไรง่าย ๆ เช่นนี้เสมอ พอได้ฟังคำอธิบาย แม้แต่หลี่เยว่หานก็ยังหลุดขำ
“ช่างเป็นสไตล์ของเจ้าจริง ๆ” หลี่เยว่หานย่อตัวลงตรงหน้าลูกทั้งสอง นางวางกุญแจอายุยืนไว้บนฝ่ามือแล้วชูขึ้นตรงหน้าเด็ก ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อาอี้ อานิ่ง กุญแจทองสองชิ้นนี้เป็นของขวัญครบรอบวันเกิดที่ท่านน้าจื่อเซียงตั้งใจมอบให้พวกเจ้า พวกเจ้าอยากได้หรือไม่จ๊ะ?”
เมิ่งสืออี้ส่ายหน้า เขาจูงมือน้องสาวแล้วตอบอย่างจริงจังว่า “มันมีค่าเกินไป พวกเรารับไว้ไม่ได้ขอรับ!”
สิ้นคำพูดนั้น แม้แต่สวีอวิ้นเอ๋อร์และหลานซั่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พากันหัวเราะออกมา หลานซั่วเริ่มผ่อนคลายความประหม่าจากตอนแรกที่ก้า