ำใจก็พอ”
หลี่เยว่หานเองก็ไม่แน่ใจว่าลูกทั้งสองจะเข้าใจคำพูดนี้หรือไม่ แต่ด้วยนิสัยของเหยียนจื่อเซียงที่เป็นคนประเภทชอบใช้เงินแก้ปัญหาจริง ๆ หากนางไม่เข้าใจนิสัยสหายคนนี้ นางก็คงไม่ยอมให้ลูกๆ รับของมีค่าขนาดนี้ไว้
ทว่าแม้จะให้รับไว้ นางก็ต้องปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้แก่ลูก ๆ มิเช่นนั้นพวกเขาอาจจะเติบโตไปในทางที่ผิดได้
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน เหยียนจื่อเซียงก็พยักหน้าหงึก ๆ “เด็ก ๆ น้ากับแม่ของพวกเจ้ามีมิตรภาพที่ผ่านเป็นผ่านตายกันมาแล้ว ดังนั้นการมอบกุญแจทองให้พวกเจ้าจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยจริง ๆ เรียกว่าของขวัญเล็กน้อยแต่น้ำใจหนักแน่นอย่างไรเล่า!”
หลี่เยว่หานได้ฟังก็ได้แต่ปาดเหงื่อในใจ… กุญแจทองแท้ตัน ๆ สองชิ้นเนี่ยนะ ที่เหยียนจื่อเซียงเรียกว่า ‘ของขวัญเล็กน้อย’
“ท่านพี่…” เมิ่งอิงหนิงเขย่ามือพี่ชาย พลางจ้องมองกุญแจทองในมือท่านแม่ตาเขม็ง
เมิ่งสืออี้เห็นดังนั้นก็พยักหน้า แล้วหันไปมองเหยียนจื่อเซียงอย่างจริงจัง “อาอี้และอานิ่ง ขอบคุณท่านน้าจื่อเซียงขอรับ!”
พอเด็ก ๆ ยอมรับของ เหยียนจื่อเซียงก็ดีใจจนเนื้อเต้น นางรีบสวมกุญแจทองเข้าที่คอของเด็กทั้งสองทันที นางพยายามจะเข้าไปอุ้มอานิ่งผู้น่ารักบ้าง แต่อานิ่งเป็นเด็กขี้อายจึงไม่ยอมให้คนแปลกหน้าอุ้ม
สุดท้ายเหยียนจื่อเซียงจึงอุ้มอาอี้ขึ้นมา แล้วหมุนตัวไปรอบ ๆ ห้องด้วยความรื่นเริง
หลี่เยว่หานอุ้มอานิ่งนั่งลงตรงข้ามกับสวีอวิ้นเอ๋อร์แ