้สึกว่าเขาแตกต่างจากคุณชายส่วนใหญ่ในเมืองหลวงแห่งนี้”
เสี่ยวอี้นึกถึงคุณชาย{หลิน}ที่ดื่มสุราเมื่อครู่อย่างละเอียด อดถอนหายใจไม่ได้ “ข้าไม่รู้สึกว่าแตกต่างนัก หากจะว่าแตกต่างตรงไหน ก็คงเป็นที่ท่านดูเมาอย่างชัดเจน แต่กลับไม่อาละวาดเมื่อเมาสุรา นับว่ามีมารยาทในการดื่มดีทีเดียวเจ้าค่ะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สวีอวิ้นเอ๋อร์ก็อดหัวเราะไม่ได้ “เจ้าเด็กผี พูดจาฉลาดเฉลียวจริงๆ!”
ว่าแล้วสวีอวิ้นเอ๋อร์ก็ถอนหายใจ เล่าเรื่องที่พบคุณชาย{หลิน}ครั้งก่อนให้เสี่ยวอี้ฟัง
หลังจากฟังจบ เสี่ยวอี้รีบตรวจดูสวีอวิ้นเอ๋อร์ทั่วร่าง “คุณหนูของข้า! เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมตอนกลับบ้านถึงไม่บอกสักคำเล่า! ไม่ได้ๆ หอฝานเทียนนี่ไม่ใช่ที่ที่สตรีควรมาอยู่แล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ หากเจอคนเมาคราวก่อนอีก อาจไม่มีวีรบุรุษมาช่วยทุกครั้งนะเจ้าคะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สวีอวิ้นเอ๋อร์หัวเราะพลางปัดมือเสี่ยวอี้ออก “คราวก่อนข้าดื่มสุรากับพี่ชาย องค์หญิง และคุณชายใหญ่สกุลเวินที่ชั้นล่าง คราวนี้อยู่ในห้องส่วนตัว คงไม่มีอะไรหรอก”
ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น มีเสียงเคาะประตูห้องเอกเทศดังขึ้น เสี่ยวอี้กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องกลั้นคำพูดเอาไว้
เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก อาหารถูกยกเข้ามาทีละจาน มีถึงยี่สิบอย่าง! ทั้งร้อนและเย็น! ทำเอานายและบ่าวทั้งสองคนถึงกับตาค้าง
“คุณหนู อาหารของท่านมาครบแล้ว เชิญรับประทานตามสบายขอรับ!” เด็กเสิ