ตกใจจนสำลักเนื้อเกือบจะกลับบ้านเก่า…
“พี่ชาย…” สวีอวิ้นเอ๋อร์ก็ไม่คิดว่าสวีซิ่งอี้จะกลับมา ชั่วขณะนั้นรู้สึกเก้อเขินอยู่บ้าง
“เจ้านี่กล้าขึ้นมากแล้วนะ พาสาวใช้ตัวน้อยมาที่หอฝานเทียนเชียวรึ” สวีซิ่งอี้พูดอย่างโมโห “ถ้าเจอคนเมาแบบคราวที่แล้วอีก แล้วพี่ชายไม่ได้อยู่ข้างกาย เจ้าจะทำอย่างไร!”
สวีอวิ้นเอ๋อร์ก้มหน้าขยำชายเสื้อ “พี่ชายดุจังเลย…”
พอได้ยินคำพูดนี้ สวีซิ่งอี้ก็หมดแรงโมโห จึงถอนหายใจพูดทันที “อวิ้นเอ๋อร์ เจ้าเป็นสตรี ออกไปข้างนอกต้องระวังตัวหน่อย! ถ้าเจ้าอยากกินอาหารที่หอฝานเทียนก็บอกพี่ชายสิ พี่ชายจะพามาเอง จำเป็นด้วยหรือที่ต้องออกมาเอง!”
“ช่วงก่อนข้าขอพี่ชาย ท่านก็ไม่พาข้ามา!” เมื่อสวีอวิ้นเอ๋อร์จะดื้อขึ้นมา ก็นับว่าดื้อรั้นไม่เบาเช่นกัน
“ก็ตอนนั้นข้ามีธุระยุ่งน่ะสิ!” สวีซิ่งอี้จ้องหน้าสวีอวิ้นเอ๋อร์ด้วยสีหน้าดุดัน
“โกหก! ท่านเอาแต่ชนไก่เล่นสุนัข *[1] ทั้งวัน จะมีธุระอะไร! แค่ไม่อยากพาข้ามาเท่านั้นแหละ!” สวีอวิ้นเอ๋อร์โกรธจนตาแดง
“เด็กผู้หญิงอย่างเจ้าจะรู้อะไร!” สวีซิ่งอี้เห็นว่าพูดไม่ชนะสวีอวิ้นเอ๋อร์ จึงยกฐานะความเป็นพี่ชายขึ้นมาข่มทันที “เจ้าเป็นน้องสาวข้า ข้าจะทำร้ายเจ้าได้หรือ!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความดูแคลนก็ดังขึ้นจากด้านข้าง “จุ๊ๆๆ แม่คนนี้เคยได้ยินคำว่าบุรุษเป็นใหญ่มาบ้าง แต่เดิมคิดว่าในเมืองหลวงเช่นนี้คงไม่มีให้เห็นแล้ว ไม่นึกว่าวันนี้จะได้เ