“ดูท่าท่านอ๋องจะทรงใส่ใจพระชายามากทีเดียว” หลินเฟิงยังคงเอ่ยด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“ดูท่าคุณชายหลินจะยังมิได้ตบแต่งภรรยา” เมิ่งฉีฮ่วนสวนกลับด้วยการเยาะเย้ยคนโสดอย่างไม่ปรานี
หลินเฟิง “…”
เมิ่งฉีฮ่วนวางจอกชาลงพลางยิ้มกริ่ม สายตาที่มองหลินเฟิงนั้นราบเรียบยิ่งนัก
หลินเฟิงพยายามระงับอารมณ์ก่อนจะเอ่ยว่า “แต่ข้านัดพบพระชายา การที่ท่านอ๋องเสด็จมาเช่นนี้ มิกลัวพระชายาจะทรงกริ้วหรือ?”
“มีอันใดต้องกริ้วเล่า หากมีคุณหนูบ้านใดนัดพบเปิ่นหวาง พระชายาก็คงมิต้องรอให้เปิ่นหวางเอ่ยปาก แต่นางจะเป็นผู้ไปพบตามนัดแทนเปิ่นหวางเองทันที” เมิ่งฉีฮ่วนยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
หลินเฟิง “…”
“แต่คนที่ข้าอยากพบคือพระชายา หาใช่ท่านอ๋องไม่!” น้ำเสียงของหลินเฟิงเริ่มมีความสั่นไหวด้วยความหงุดหงิด
“เปิ่นหวางรู้” เมิ่งฉีฮ่วนหัวเราะ “ดังนั้นเมื่อครู่เปิ่นหวางจึงบอกเจ้าไปแล้วอย่างไรเล่าว่าเจ้าคือบุรุษภายนอก คำว่าบุรุษภายนอกหมายความว่าอย่างไร ต้องให้เปิ่นหวางอธิบายให้คุณชายหลินฟังอีกรอบหรือไม่?”
หลินเฟิง “…”
“แต่เรื่องที่ข้าต้องการจะพูด ข้าอยากหารือกับพระชายาเพียงผู้เดียว” สีหน้าของหลินเฟิงเริ่มมืดมนลง “อีกอย่าง วันที่ข้าพบพระชายานั้น ข้างกายนางก็มีบุรุษอีกสองท่าน หรือว่าพวกเขาเหล่านั้นมิใช่บุรุษภายนอก?”
“วันที่คุณชายหลินพบพระชายา ผู้ที่อยู่กับนางมีทั้งหมดสามคน” เมิ่งฉีฮ่วนชูนิ้วขึ้นสามนิ้วอย่างจริงจัง “หนึ่งคือคุณหนูตระกูลสวีจากจ