วนแม่ทัพ สองคือคุณชายสวีบุตรชายของท่านแม่ทัพ และสามคือคุณชายใหญ่เวิน พ่อค้าหลวงขั้นหนึ่ง”
“ในบรรดาสามคนนี้ คุณชายใหญ่เวินคือสหายสนิทของเปิ่นหวางและพระชายา คุณชายสวีก็เคยร่วมเป็นร่วมตายกับพวกเราสามีภรรยามาแล้ว ส่วนคุณหนูสวีก็เป็นสหายสนิทในห้องหับของพระชายา อีกทั้งวันนั้นพวกเขาก็มิได้นัดพบกันเป็นการส่วนตัว ดังนั้นจึงมิมีสิ่งใดมิเหมาะสม”
เมื่อได้ฟังคำ “ให้ความรู้” ของเมิ่งฉีฮ่วน ในที่สุดหลินเฟิงก็ตบะแตก สีหน้าทะมึนทึมลงทันที “เช่นนั้นวันนี้ท่านอ๋องก็น่าจะพาพระชายามาด้วยกันเสียเลย จะได้มิถือว่าเป็นการพบปะกันเป็นการส่วนตัว!”
“เปิ่นหวางบอกแล้วว่าเจ้าคือบุรุษภายนอก ทั้งยังมิเคยมีความสัมพันธ์ฉันสหายกับพวกเรา อีกทั้งเจ้ายังเป็นท่านอ๋องน้อยแห่งเผ่าเร่ร่อน” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มบาง ๆ “เปิ่นหวางย่อมมิมีวันยอมให้เจ้ามีโอกาสเข้าใกล้พระชายาเด็ดขาด”
“ท่านรู้ฐานะของข้า?” หลินเฟิงหรี่ตาลง
“ขนาดพระชายาของเปิ่นหวางยังรู้ แล้วเจ้าคิดว่าเปิ่นหวางจะไม่รู้หรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนแบมือออก ท่าทางกวนประสาทเป็นอย่างยิ่ง
หลินเฟิงแค่นเสียงเย็นพลางหมุนจอกชาในมือเล่น “ดูท่าคนจงหยวนอย่างพวกท่านก็มิได้โง่เง่านัก!”
“อืม ก็นับว่าพอมองออกว่าสมองของพวกเผ่าเร่ร่อนตามไม่ค่อยทันเท่าไร” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยด้วยสีหน้าซื่อตรง “การที่เจ้าอยากมาร่วมงานประชุมขุนนางครั้งใหญ่ และอยากมาก่อเรื่องในงานนั้น จริง ๆ แล้วก็มิใช่เรื่องใหญ่อันใด เพราะทุกป