ีในงานประชุมขุนนางก็มีพวกอนารยชนและแคว้นบริวารมากมายที่จ้องจะเล่นตุกติกอย่างลับๆ ปีนี้เพิ่มเผ่าเร่ร่อนของพวกเจ้าเข้ามาอีกกลุ่ม ก็มิได้นับว่าเป็นปัญหาใหญ่โตนัก”
“เพียงแต่พวกเจ้ามิใช่ทั้งชนเผ่าอนารยชนที่สวามิภักดิ์ และมิใช่แคว้นบริวาร การจะมาร่วมงานประชุมขุนนางย่อมดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มพลางเอ่ยต่อ “ว่าอย่างไรท่านอ๋องน้อย ครั้งนี้เจ้าเป็นตัวแทนของเผ่าเร่ร่อนมาสวามิภักดิ์ต่อแคว้นตงฮั่นของเปิ่นหวางอย่างนั้นหรือ?”
“ปัง!” ในที่สุดหลินเฟิงก็ตบะแตก เขาตบโต๊ะอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น
ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่และพละกำลังเหนือมนุษย์ การตบเพียงครั้งเดียวทำให้โต๊ะไม้ตัวนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทันที
เมื่อฝุ่นควันจางลง หลินเฟิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ในพริบตาที่โต๊ะพังทลาย เมิ่งฉีฮ่วนได้คว้ากาน้ำชาและจอกชาของตนเอาไว้ได้ทัน ท่าทางของเขายังคงดูผ่อนคลายขณะรินชาให้ตนเองอย่างใจเย็น ก่อนจะจิบทีหนึ่งแล้วถอนหายใจ “ท่านอ๋องน้อย ไยโทสะถึงได้รุนแรงนัก โต๊ะตัวนี้ทำจากไม้พะยูงจีนชั้นดีเชียวหนา ราคาไม่ถูกเลย เผ่าเร่ร่อนของพวกเจ้าเดิมทีก็มิได้มั่งคั่งอยู่แล้ว มิเป็นการซ้ำเติมให้ลำบากกว่าเดิมหรือ?”
ได้ยินคำพูดนี้ หลินเฟิงถึงกับโกรธจนหน้ามืดเกือบจะสิ้นสติไป…
“อีกอย่าง ชาดี ๆ เช่นนี้ กาหนึ่งก็ราคาแพงมิใช่น้อย มีโทสะอันใดก็จงนั่งลงแล้วค่อย ๆ พูดจา” ช่วงเวลาที่ผ่านมาในอำเภอฮัวซี เมิ่งฉีฮ่วนต้องพบปะเจรจากับผู้ค