จับได้หรือ?”
“ไม่น่าจะใช่นะขอรับ” จีหยางครุ่นคิดอย่างละเอียดก่อนจะปฏิเสธ “แม้ท่านหญิงจะบอกให้ข้าจับตาดูอย่างใกล้ชิด แต่ข้าก็ระมัดระวังมาก ไม่ได้จ้องมองเขาตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง เพียงแต่คอยสังเกตการณ์เป็นพิเศษเท่านั้น”
“หลินเฟิงถูกฝึกมาเยี่ยงนักรบเดนตายตั้งแต่เด็ก ต่อให้เจ้าไม่ได้ตั้งใจจ้องมอง เขาก็สัมผัสได้” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยขึ้นมา ซึ่งตอนที่จีหยางมาหานั้น หลี่เยว่หานก็ไม่ได้ให้เขาหลบเลี่ยงเมิ่งฉีฮ่วนแต่อย่างใด
เมื่อได้ยินคำของสามี หลี่เยว่หานก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะถามว่า “เช่นนั้นเราจะไปพบหลินเฟิงดีหรือไม่?”
“พบ” เมิ่งฉีฮ่วนตอบ “แต่ไม่ใช่เจ้าที่ไปพบ เป็นข้าเอง”
“ทำไมล่ะ?” หลี่เยว่หานเลิกคิ้วถาม
“เพราะเขาเป็นผู้ชาย!” เมิ่งฉีฮ่วนตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“…”
…..
ที่หอฝานเทียน ห้องเทียนจื้ออีห้าว หลินเฟิงและเมิ่งฉีฮ่วนนั่งประจันหน้ากัน ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
เนิ่นนานผ่านไป หลินเฟิงถอนหายใจและเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน “ท่านอ๋องมาด้วยตัวเองเช่นนี้ ข้าประหลาดใจนัก”
“ไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ เจ้าเป็นบุรุษภายนอก เปิ่นหวางย่อมไม่อาจยอมให้พระชายามาพบเจ้าตามลำพังได้” เมิ่งฉีฮ่วนจิบชาอย่างสบายอารมณ์
หลินเฟิงผู้ที่ปกติจะมีสีหน้าเรียบเฉยอยู่เสมอ เมื่อได้ยินประโยคนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องเม้มริมฝีปากแน่น
ฉีหวังผู้นี้… ช่างยั่วโทสะเก่งเสียจริง?