ตนี้ไม่มีสิ่งใดให้ต้องอาลัยอีกแล้ว ดังนั้นสิ่งที่อยากปกป้องก็ต้องปกป้องไว้ให้ถึงที่สุด”
หลี่เยว่หานทอดถอนใจ “เรื่องนี้ช่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ”
“ยังไม่หมดเพียงเท่านี้หรอกนะ” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวต่อ “อันที่จริงชางว่างตัวจริงตายไปหลายปีแล้ว ยามที่เขายังเยาว์วัยเคยถูกคนจากเหลียวปี้เลี่ยตงจับตัวไปและสิ้นใจไปตั้งแต่นั้น ส่วนชางว่างที่ถูกส่งกลับมาแท้จริงแล้วคือเด็กกำพร้าคนหนึ่งจากชนเผ่าเร่ร่อน”
“ซินเยว่อีไม่รู้เชียวหรือ? เป็นไปได้อย่างไรกัน?” หลี่เยว่หานตกตะลึง “หัวอกคนเป็นแม่ ไม่มีทางจำลูกตัวเองผิดแน่!”
“นี่แหละคือสิ่งที่น่าเลื่อมใสที่สุดในตัวซินเยว่อี” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ “นางรู้มาตลอดว่าลูกชายที่อยู่ข้างกายนั้นเป็นตัวปลอม และรู้ว่าชางว่างตัวปลอมเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ไม่มีใครต้องการ ทว่านางก็ยังอุตส่าห์เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ และสุดท้ายยังยอมสละแม้กระทั่งตัวเองเพื่อปกป้องเขาไว้”
หลังจากฟังเรื่องราวซับซ้อนมามากมาย หลี่เยว่หานรู้สึกสับสนงุนงงไปหมด “แต่ท่านเล่ามาตั้งยืดยาว ยังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับหลินเฟิง?”
“ก็ชางว่างตัวปลอมคนนั้นนั่นแหละ คือหลินเฟิงที่เจ้าได้พบเมื่อวานนี้” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยเฉลยในที่สุด