บทที่ 597 ทุกคนกินกันจนพุงกาง โดยเฉพาะสวีซิ่งอี้
ทั้งสามคนยืนมองสวีซิ่งอี้ที่ราวกับตกอยู่ในภวังค์ เขาทั้งลวกเนื้อไปยิ้มไปพลางพึมพำกับตัวเองไม่หยุดหย่อน ประหนึ่งกำลังทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ก็มิปาน…
เนื้อชิ้นแรกที่ลวกเสร็จ สวีซิ่งอี้ร่ายคำกลอนจบก็คีบขึ้นมา แล้วโยนลงในถ้วยน้ำจิ้มที่ปกคลุมไปด้วยพริกขี้หนูสีแดงหนาทึบอย่างไม่ลังเล เขาพลิกเนื้อไปมาให้คลุกเคล้าจนทั่ว ก่อนจะส่งเข้าปากด้วยความตื่นเต้น
“เอ่อ…” หลี่เยว่หานตั้งท่าจะเตือนว่าเนื้อยังไม่ทันเปลี่ยนสีดีเลย หรือก็คือมันยังไม่สุกนั่นเอง แต่คำพูดก็ต้องกลืนลงคอไป เมื่อเห็นสีหน้าของสวีซิ่งอี้แข็งค้างไปในทันที
“อึก!” เสียงสวีซิ่งอี้พยายามอย่างยิ่งที่จะกลืนเนื้อชิ้นนั้นลงไป จากนั้นเขาก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ รีบคว้ากามาเทน้ำใส่ชามใหญ่แล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวประหนึ่งจะดับไฟ
เวินเทียนเหล่ยเห็นสภาพนั้นก็ถึงกับเอาหน้าซุกมือด้วยความระอา…
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” หลี่เยว่หานถามพลางกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น
“ก็ตอนที่เขาไปปรุงน้ำจิ้ม เขาแวะถามเสี่ยวเอ้อถึงวิธีกินหม้อไฟ เสี่ยวเอ้อก็เลยสอนคำกลอนพวกนั้นให้ แถมยังช่วยแนะนำวิธีปรุงน้ำจิ้มด้วยความหวังดี แต่เจ้านี่ไม่ฟังคำเตือนเลยสักนิด แทบจะกวาดพริกจากโต๊ะมาจนเกือบหมดร้าน ตอนข้าเดินเข้าไปเห็น เขายังเถียงกับเสี่ยวเอ้ออยู่เลยว่าในคำกลอนบอกว่าต้องกินรสเผ็ด พอเสี่ยวเอ้อเห็นข้ามาจึงยอมเลิกราไป”
“ข้าเตือนแล้วว่าอย