สักอย่าง!”
“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นขาประจำของหอฝานเทียนด้วย” หลี่เยว่หานพูดพลางหยิบ ‘ที่ซุกมือ’ อันประณีตออกมาสวมให้สวีอวิ้นเอ๋อร์
“ข้าไม่ใช่ขาประจำเสียหน่อย… แค่เคยไปไม่กี่ครั้งเอง! แม่นางพวกนั้นดุร้ายราวกับเสือหิว ใครจะกล้าไปบ่อย ๆ กันเล่า!” สวีซิ่งอี้รีบแก้ต่างเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน
“นี่คืออะไรหรือเจ้าคะพี่เยว่หาน สวยเหลือเกิน!” คำพูดของสวีอวิ้นเอ๋อร์ดึงความสนใจของหลี่เยว่หานไปทันที
เมื่อเห็นว่าน้องสาวชอบ นางก็รู้สึกยินดี “นี่คือสินค้าใหม่ที่ข้ากำลังจะวางขายในร้านเสื้อผ้า เรียกว่า ‘ที่ซุกมือ’ ช่วงนี้อากาศหนาวจัด หากจะเอามือซุกไว้ในแขนเสื้อเฉย ๆ ก็ยังหนาวอยู่ดี ด้านในนี้บุด้วยสำลีและขนสัตว์นุ่มหนา ทั้งยังปรับขนาดได้ตามใจชอบ หากเจ้าสวมคู่กับผ้าคลุมไหล่ นอกจากจะดูสง่างามแล้วยังให้ความอบอุ่นได้ดีทีเดียว!”
สวีอวิ้นเอ๋อร์ลองสวมแล้วหมุนตัวไปมาด้วยความดีใจ “อุ่นจริง ๆ ด้วยเจ้าค่ะ ทั้งยังดูประณีตงดงามมาก!”
“เจ้าชอบก็ดีแล้ว ข้ามอบให้เจ้าเลย” หลี่เยว่หานพูดพลางช่วยผูกสายผ้าคลุมไหล่ให้นาง แล้วจูงมือเดินออกไปก่อน
ทิ้งให้ชายหนุ่มสองคนเดินตามหลังมาอย่างโดดเดี่ยว
หลี่เยว่หานเป็นคนขี้หนาว นางจึงเตรียมการป้องกันความหนาวไว้อย่างครบครัน
นอกจากผ้าคลุมไหล่บุขนสัตว์แล้ว นางยังสวมหมวกคลุมศีรษะที่ติดมากับผ้าคลุม แม้เสื้อผ้าฤดูหนาวจะมีคอเสื้อสูง แต่นางยังพันผ้าพันคอขนแกะถักมือทับอีกชั้น นางซุกม