พิ่งฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า แม้การประกาศใช้ระบอบใหม่จะเป็นเรื่องดีเพียงใด แต่เราก็ไม่อาจใจร้อนวู่วามจนเกินไป ไม่อย่างนั้นหากพวกตระกูลใหญ่ลุกฮือขึ้นมาโต้กลับ มันจะเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อแผนการของเรา!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ยิ้มออกมา ส่วนหลี่ต้าเฉิงก็หัวเราะร่า “แม่หนูคนนี้ชอบวิตกกังวลไปเสียทุกเรื่อง เห็นไหมล่ะ ข้าพูดผิดที่ไหนกัน”
เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้าพลางเดินเข้าไปหาหลี่เยว่หาน เขาจูงมือนางไว้แล้วเอ่ยว่า “เจ้าวางใจเถอะ ระบอบใหม่นี้เป็นผลดีต่อแผ่นดินและราษฎร ตอนที่พวกเราปรึกษากันครั้งแรก ก็เตรียมใจรับมือกับอุปสรรคหนักหนาไว้แล้ว ต่อให้ขุนนางทั้งราชสำนักจะคัดค้าน แต่ขอเพียงฝ่าบาททรงพยักหน้าเห็นชอบ เรื่องนี้ข้าจะผลักดันให้ถึงที่สุดอย่างแน่นอน!”
พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็บีบแก้มหลี่เยว่หานเบา ๆ อย่างหยอกเย้า “เจ้ามักจะบอกว่าข้าคือฉีอ๋องเทพสังหารที่ทำให้เด็กหยุดร้องไห้ได้มิใช่หรือ เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอก หากใครหน้าไหนกล้าโผล่มา ข้าก็จะจัดการคนผู้นั้นให้เจ้าดูเล่นเอง!”