) มากนัก ต่อให้สอบได้อันดับหนึ่ง อย่างมากก็ได้เพียงตำแหน่งขุนนางขั้นห้าในกรมกองที่ห่างไกลไร้อำนาจ เงินเดือนน้อยนิด งานล้นตัว และแทบไม่มีโอกาสก้าวหน้า
หลี่เยว่หานได้นำสิ่งที่พบเห็นทั้งหมดนี้ไปบอกเล่าให้เมิ่งฉีฮ่วนฟัง จนทำให้เขามีความคิดที่จะผลักดันระบอบใหม่ขึ้นมา
ตั้งแต่ตอนอยู่ที่อำเภอฮัวซี เขาได้โน้มน้าวสองพ่อลูกสวีติ้งหลานที่สร้างชื่อเสียงมาด้วยความชอบทางการทหารอย่างแท้จริงสำเร็จ แม้พวกเขาจะเป็นคนจากตระกูลขุนนาง แต่เพราะผ่านศึกสงครามมามาก จึงมองเห็นสัจธรรม และเห็นด้วยกับแผนการของเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานโดยแทบไม่ต้องลังเล
หลี่เยว่หานเคยนึกว่าเมื่อถึงเมืองหลวง ต่อให้พวกขุนนางจะโกรธแค้นที่ผลประโยชน์อันเป็นรากฐานของตนถูกสั่นคลอน แต่ก็น่าจะยังรักษาหน้าตาและฐานะ ไม่ทำเรื่องที่รุนแรงเกินไปนัก
ดูท่าว่า นางจะประเมินคนพวกนี้สูงเกินไปเสียแล้ว
เนื้อแท้ของคนพวกนี้มันเน่าเฟะไปถึงกระดูกดำแล้ว!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เยว่หานจึงลุกขึ้นกำชับให้แม่นมดูแลเด็ก ๆ ให้ดี จากนั้นก็นำอวี้จวงมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือของเมิ่งฉีฮ่วน
“เยว่หาน เหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่?” เมิ่งฉีฮ่วนที่กำลังร่างใจความสำคัญของระบอบใหม่ร่วมกับหลี่ต้าเฉิงรู้สึกแปลกใจที่เห็นนาง เพราะหลี่เยว่หานเคยบอกไว้ว่าจะไม่ขอข้องเกี่ยวกับการผลักดันเรื่องนี้
“ข้าแค่อยากมาดูให้เห็นกับตา ข้าไม่วางใจเจ้าค่ะ” สีหน้าของหลี่เยว่หานเต็มไปด้วยความกังวล “ข้าเ