หภูมิในเตาไว้ก็พอ มิเช่นนั้นหากใช้ไฟแรงเกินไป ข้าวจะสูญเสียความชุ่มชื้นและเสียรสชาติได้
“พระชายายังไม่ทราบหรือเพคะ?” ฮูหยินโจวถามพลางช่วยตักน้ำซาวข้าวใส่ลงในไห
“ไม่ทราบเลยเจ้าค่ะ ข้าคลุกคลีอยู่ในครัวยุ่งมาทั้งวัน” หลี่เยว่หานปาดเหงื่อบนหน้าผากพลางหันไปมองฮูหยินโจว
“มิน่าเล่า!” ฮูหยินโจวพยักหน้ายิ้ม ๆ “เมื่อวานข้ากลับไปก่อน แต่มาได้ยินท่านผู้ช่วยนายอำเภอโจวบอกว่า เมื่อวานพระชายาเกือบจะถูกลักพาตัวไปที่นาเกลือ ดีที่ได้กวนชิ่งอวิ๋นช่วยเอาไว้ได้ทัน พอตกกลางคืน ท่านอ๋องก็สั่งคุมตัวเหมาเด๋อซิงไว้ในคืนนั้นทันที พอวันนี้ข้าไปสืบความดูถึงได้รู้ว่า คนที่คิดจะฉุดพระชายาเมื่อวานก็คือเหมาต้า ลูกชายคนโตของเหมาเด๋อซิงนั่นเอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินโจว “แล้วอย่างไรต่อเจ้าคะ?” เรื่องที่คนลงมือคือเหมาด้านั้น นางรู้อยู่ก่อนแล้ว
“จากนั้นท่านอ๋องก็คุมตัวเหมาเด๋อซิงไว้ตลอดทั้งคืน จนวันนี้ถึงได้รู้ความจริงว่าเหมาเด๋อซิงไม่ใช่คนของแคว้นตงฮั่นเรา แต่เป็นทาสที่หลบหนีมาจากเผ่าเร่ร่อน!” ฮูหยินโจวกระซิบกระซาบพลางเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง “ได้ยินมาว่าท่านอ๋องจับตัวน้องสาวของเหมาเด๋อซิงมาด้วย ตอนนี้ทั้งคู่ถูกขังอยู่ในคุกศาลเจ้าเมือง และจะถูกลากไปประหารในวันพรุ่งนี้แล้วเจ้าค่ะ!”
หลี่เยว่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านอ๋องจะประหารน้องสาวของเหมาเด๋อซิงด้วยหรือ?”
“แน่นอนสิเพคะ ท่านอ๋อง