าจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและกลิ่นคาวเลือด เขาเดินทางมายังอำเภอฮัวซีซึ่งเป็นบ้านเกิดของมารดา เปลี่ยนชื่อแซ่มาใช้แซ่เหมาตามมารดา และปักหลักอยู่ที่นี่มานานหลายสิบปี
เขาไว้หนวดเคราเฟิ้ม ทำงานหนักที่ท่าเรือเพื่อเก็บเงินซื้อทะเบียนราษฎร์ จนกระทั่งได้แต่งงานกับหญิงกำพร้านางหนึ่ง แต่หลังจากครองคู่กันเขากลับพบว่าตนเองสิ้นไร้สมรรถภาพเสียแล้ว
คนพวกนั้นที่บีบให้เขาหนีออกมาจากเผ่าได้ลงมืออย่างอำมหิตเพื่อตัดโอกาสไม่ให้เขากลับไปมีทายาทสืบสายเลือดอีก เหมาเด๋อซิงยอมจำนนต่อโชคชะตา ปิดบังตัวตนและอดีตไว้มิดชิดเพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบในอำเภอฮัวซี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเพียรส่งจดหมายไปหาถามข่าวคราวน้องสาวจากสหายที่นอกพรมแดนบ่อยครั้ง แต่ด้วยความที่เผ่าเร่ร่อนย้ายถิ่นฐานไม่เป็นหลักแหล่ง ประกอบกับการส่งจดหมายข้ามพรมแดนเป็นเรื่องยากลำบาก จดหมายสิบฉบับที่เขาส่งไป มักจะถึงมือผู้รับเพียงฉบับเดียวเท่านั้น
ต่อมา ซินเยว่ชิงน้องสาวคนที่สองของเหมาเด๋อซิงยอมสละตัวเองออกไปรับหน้า เพื่อช่วยให้ ซินเยว่อี น้องสาวคนเล็กมีทางรอด จนกระทั่งนางถูกย่ำยีจนตาย
ส่วนซินเยว่อีที่รอดชีวิตมาได้ก็ได้แต่งงานกับสหายสนิทของเหมาเด๋อซิง ทั้งคู่มีบุตรชายที่น่ารักด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า ‘ชางว่าง’ ซึ่งเป็นการนำชื่อของเหมาเด๋อซิงและซินเยว่ชิงมาตั้งรวมกัน
ทางด้านเหมาเด๋อซิงเองนั้นไร้สิ้นหวังเรื่องการมีทายาท ภรรยาคนแรกของเขาไม่อาจทนความเงียบเหงาได