เป็นหลัก น่าเสียดายที่หลังจากนั้นหลี่เยว่หานกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หากมิใช่เพราะเวินเทียนเหล่ยส่งคนมาแจ้งข่าว กวนชิ่งอวิ๋นคิดว่าชาตินี้เขาคงมิอาจลบเลือนสตรีผู่นี้ออกไปจากใจได้เลย ทว่ายามนี้นางมีฐานะสูงศักดิ์ ย่อมมิใช่สตรีที่สามัญชนเช่นเขาจะอาจเอื้อมหมายปองได้อีกต่อไป
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ กวนชิ่งอวิ๋นจึงก้าวถอยหลังไปสองก้าวแล้วเอ่ยว่า “วันนี้ข้าเห็นคนโตตระกูลเหมาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ด้านนอก ข้าพอจะรู้จักมักคุ้นกับคนตระกูลนี้อยู่บ้าง แม้เหมาเด๋อซิงกับลูกชายคนโตจะมีจิตใจคับแคบและชั่วร้าย แต่แผนการซับซ้อนเช่นนี้พวกเขามิอาจคิดเองได้ ข้าจึงคาดว่าเรื่องในวันนี้ น่าจะเป็นฝีมือการวางแผนของเจ้าคนรองตระกูลเหมา เจ้าเด็กนั่นมันร้ายลึกมาตั้งแต่เล็กแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็พยักหน้าพลางประสานมือให้กวนชิ่งอวิ๋น “เรื่องในวันนี้ ต้องขอบคุณน้องกวนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือยิ่งนัก”
แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะดูสงบนิ่งไร้อารมณ์ แต่ภายในใจกลับวูบโหวงด้วยความตระหนก หากมิใช่เพราะกวนชิ่งอวิ๋นยังอยู่ตรงนี้ เขาคงต้องดึงตัวหลี่เยว่หานมาตรวจเช็กตั้งแต่หัวจรดเท้า หน้าหลังซ้ายขวาให้แน่ใจจึงจะวางใจได้
กวนชิ่งอวิ๋นเองก็มิใช่คนโง่เขลาที่มองมิตลอดถึงอารมณ์คน เมื่อเห็นหลี่เยว่หานนิ่งเงียบไป เขาจึงขอตัวลาและเดินจากไปทันที
ทว่ายามที่ก้าวพ้นจากเรือนเล็กไป ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของกวนชิ่งอวิ๋นก็พลันมลายหายไปเสียดื้อ ๆ