เขาเคยเฝ้าวนเวียนคิดซ้ำไปซ้ำมาว่า หากเขารีบไปสู่ขอแม่ม่ายหานเยว่ที่หมู่บ้านจางหนิงให้เร็วกว่านี้ นางจะยังกลายเป็นหลี่เยว่หานพระชายาอ๋องฉีอยู่หรือไม่?
แม้กวนชิ่งอวิ๋นจะเคยพบหน้าเมิ่งฉีฮ่วนอยู่บ้างในระยะไกล แต่เขาก็มิเคยเข้าใจเลยว่าเหตุใดในใจของหลี่เยว่หานถึงมีเพียงชายผู้นี้ จนกระทั่งวันนี้ที่ได้เห็นทั้งสองยืนเคียงคู่กัน เขาถึงได้ประจักษ์แจ้ง มิใช่เพราะเขาเป็นใคร แต่เป็นเพราะเขาเป็นเขานั่นเอง
กวนชิ่งอวิ๋นรู้ดีว่าหลี่เยว่หานเป็นคนเด็ดขาดและฉับไว ดังนั้นแม้เขาจะอยากดูแลนางเพียงใด ก็ได้แต่คอยทำอย่างเงียบ ๆ มิคาดคิดเลยว่านางจะมีฐานะที่สูงส่งถึงเพียงนี้…
ทว่าทุกอย่างมิสำคัญอีกต่อไปแล้ว
เดิมทีกวนชิ่งอวิ๋นยอมมาทำงานที่นาเกลือ ก็เพียงเพื่อหวังจะได้เห็นหน้าหลี่เยว่หานอีกสักครั้ง ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาก็ได้แต่เฝ้ามองนางอยู่ไกล ๆ ทุกวัน มองนางยามยุ่งวุ่นวาย มองนางยามกลัดกลุ้มใจ หรือมองนางยามที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
สำหรับคนบางคน เพียงแค่ได้เฝ้ามองอยู่เช่นนี้ ใจก็เปี่ยมไปด้วยความสุขแล้ว
กวนชิ่งอวิ๋นรู้ดีว่าชาตินี้ระหว่างเขากับหลี่เยว่หานย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ เขาจึงมิคิดทะเยอทะยานในสิ่งที่มิใช่ของตน เพียงหวังจะคอยปกป้องนางในยามที่ยังพอจะทำได้ เมื่อเห็นความละเมียดละไมและความอ่อนโยนที่เมิ่งฉีฮ่วนมีต่อหลี่เยว่หาน กวนชิ่งอวิ๋นก็รู้ว่าถึงเวลาที่เขาควรจะวางวางใจเสียที
ไปเถิด ยังมีเส้นทางอันรุ่งโรจน