ยว่หานที่ได้ยินคำครหามาแต่ไกลกลับหัวเราะออกมา “คนตระกูลเหมานี่เล่นงิ้วเก่งเสียจริง ข้าขอไปดูเรื่องสนุกเสียหน่อยเถอะ”
พอกล่าวจบ นางก็ส่งสัญญาณให้เมิ่งฉีฮ่วนพานางกระโดดข้ามกำแพงจวนอ้อมไปทางด้านหลัง แล้วค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปในกลุ่มฝูงชน
พ่อลูกตระกูลเหมาอยู่ในสภาพดูมิได้ แต่จริง ๆ แล้วบาดเจ็บเพียงผิวเผินเท่านั้น หลี่เยว่หานยืนฟังพวกเขาร่ำไห้โวยวายอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งได้ยินบทสนทนาที่น่าสนใจจากชาวบ้านรอบข้าง
“คนบ้านเหมานี่ช่างหน้าด้านนัก” ชาวบ้านคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับเพื่อน “พระชายาเป็นลูกเลี้ยงของเมียที่แต่งเข้าบ้านเหมา ตระกูลเหมายังกล้าเสนอหน้ามาอ้างตัวเป็นเชื้อพระวงศ์อีกหรือ”
“นั่นสิ ก่อนหน้านี้ไอ้เฒ่าเหมาเด๋อซิงนี่แหละที่ทุบตีเมียตัวเองปางตาย พวกเราเห็นกันมากับตา ยามนี้มิรู้ผีห่าซาตานตัวใดเข้าสิง ถึงกล้ามาตู่ว่าเป็นญาติพระชายา เหอะ… ตระกูลเหมาอย่างพวกมันคู่ควรแล้วหรือ?”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงแสร้งถามด้วยความสงสัย “คนบ้านเหมาเคยทุบตีมารดาเลี้ยงของพระชายาหนักมากเลยหรือจ๊ะ?”
“จะว่าหนักก็ยังน้อยไป! มันมิเห็นคนเป็นคนเลยล่ะ จับมัดแขวนไว้แล้วกระหน่ำตี แถมยังมิให้ข้าวมิให้น้ำกินอีกต่างหาก!”