แล้วหรือ เจ้ายังต้องไปอีกงั้นหรือ?”
“แน่นอนสิเจ้าคะ เมื่อวานท่านก็เห็นว่าชาวบ้านหลายคนยังทำงานมิคล่องแคล่ว ข้าต้องไปคอยเฝ้าดู เกลือทะเลงวดแรกแม้จะทำสำเร็จแล้ว แต่ขั้นตอนหลังจากนั้นสำคัญที่สุด พวกเราต้องไปคอยคุมด้วยตนเอง”
ได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ถอนหายใจเบา ๆ เขานั่งลงข้างหลังนางพลางเปรย “วันเวลาที่วุ่นวายเช่นนี้เมื่อไรจะจบสิ้นเสียที ข้าอยากพาเจ้ากลับเมืองหลวงไปอยู่กับสวินเอ๋อร์และอานิ่งใจจะขาดแล้ว”
“อีกมินานหรอกเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานหันมาลูบหน้าปลอบใจสามี
มื้อเช้าในวันนั้นยังคงรับประทานร่วมกับพ่อลูกตระกูลสวีและผู้ช่วยนายอำเภอโจวเช่นเคย
ในคราแรกผู้ช่วยนายอำเภอโจวยังมีท่าทีเกรงใจ แต่ยามนี้เขากลับคุ้นชินและทำตัวเป็นธรรมชาติมากขึ้น
หลังมื้ออาหาร ทุกคนเตรียมตัวจะออกเดินทาง แต่กลับพบว่าที่หน้าจวนของปลัดอำเภอถูกชาวบ้านล้อมไว้หนาตา
“พ่อแม่พี่น้อง ช่วยให้ความเป็นธรรมแก่พวกเราด้วยเถิด ท่านอ๋องกับพระชายามิยอมรับญาติอย่างพวกเรามิพอ ยังสั่งคนรุมตีพ่อลูกเราสามคนจนบาดเจ็บไปทั้งตัว ยามนี้ชีวิตคนจนช่างไร้ค่านัก! เพียงเพราะเป็นท่านอ๋องกับพระชายา จะสั่งตีคนให้ตายอย่างไรก็ได้งั้นหรือ!” เหมาเด๋อซิงร้องไห้โวยวายเสียงดังลั่น
“เมียข้าถึงจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของพระชายา แต่ก็เลี้ยงดูนางมาจนเติบใหญ่ บุญคุณการเลี้ยงดูนั้นยิ่งใหญ่กว่าบุญคุณที่ให้กำเนิดเสียอีก ท่านอ๋องกับพระชายาช่างเป็นคนใจดำอกตัญญูยิ่งนัก!”
หลี่เ