้ายังมิรู้ แล้วยังกล้าเสนอหน้ามาอ้างว่าเป็นคนในครอบครัวงั้นหรือ?”
“นั่นเพราะแม่ของนางมิค่อยเอ่ยถึงชื่อนางต่างหากเล่า!” ลูกชายคนโตตระกูลเหมาตะโกนสวน
“โอ้? เช่นนั้นพวกเจ้าก็จงไปพามารดาเลี้ยงของพระชายามายืนยันด้วยกันสิ ไอ้พวกสุนัขจรจัดที่ไหนก็ไม่รู้ถึงได้กล้ามาเห่าหอนต่อหน้าข้า ดูท่าพวกเจ้าคงอยากรนหาที่ตายจริง ๆ แล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนหรี่ตาลงพลางสั่งกำชับ “เฮ่อเจิ้งเทียน ลงมือให้หนัก อย่าได้ออมมือ!”
“รับทราบขอรับ!” เฮ่อเจิ้งเทียนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขารีบเรียกเหล่าคนงานที่ถือไม้ตะพดรอดูท่าทีอยู่ข้าง ๆ ให้กรูเข้ามา รุมสกรัมสั่งสอนพ่อลูกตระกูลเหมาจนน่วมก่อนจะโยนออกไปนอกจวน
เมิ่งฉีฮ่วนยืนกอดอกมองอยู่ข้าง ๆ มิว่าคนบ้านเหมาจะโวยวายอย่างไรเขาก็ไม่ปริปากสักคำ ทำเพียงมองดูราวกับชมงิ้วเรื่องหนึ่ง พร้อมรอยยิ้มเหยียดหยามที่มุมปาก
เมื่อไล่คนไปพ้นแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนก็ส่งสายตาดุ ๆ ให้เฮ่อเจิ้งเทียนทีหนึ่งก่อนจะเดินกลับเข้าเรือนไป
เฮ่อเจิ้งเทียนเหงื่อซึมเต็มแผ่นหลัง รีบสั่งบ่าวไพร่ให้ยกสำรับเช้าขึ้นโต๊ะ จากนั้นก็รีบบึ่งออกจากจวนไปจัดการธุระทันที
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนกลับเข้าห้อง หลี่เยว่หานก็ลุกขึ้นแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว นางเห็นเขาเดินเข้ามาก็หัวเราะร่า “ข้าได้ยินหมดแล้ว คนตระกูลเหมานี่ช่างหน้าด้านไร้ยางอายจริง ๆ!”
เห็นหลี่เยว่หานยังคงสวมชุดบุรุษ เมิ่งฉีฮ่วนจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “งานที่นาเกลือมิใช่ว่าเข้าที่เข้าทาง