กอยู่ที่เมืองหลวง แล้วพวกเจ้าเป็นใคร ถึงได้บังอาจมาอ้างตัวเป็นเชื้อพระวงศ์?” เมิ่งฉีฮ่วนปรายตาตามองทั้งสามด้วยสายตาเย็นชา ในใจพอนึกออกแล้วว่าเป็นใคร
“ก็ข้าอย่างไรเล่า!” ชายหัวหน้าตบหน้าอกตัวเองปัง ๆ “ข้าคือพ่อตาของเจ้า! แม่ของนังหนูคนนั้นแต่งงานใหม่เข้าบ้านตระกูลเหมาของเรา พวกเราย่อมต้องเป็นญาติเกี่ยวดองกันสิ!”
เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ
เมิ่งฉีฮ่วนแค่นเสียงเหอะ “หวังเฟิ่งเป็นเพียงมารดาเลี้ยงของพระชายา มิได้มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย จะนับเป็นญาติได้อย่างไร หากพวกเจ้ายังกล้ามาส่งเสียงเอะอะอยู่อีก ก็อย่าหาว่าข้ามิมอบความเมตตาให้”
ฉีหวังผู้เกรียงไกรเคยมีเหตุผลกับใครที่ไหนกัน? จะมีก็เพียงต่อหน้าหลี่เยว่หานเท่านั้นที่เขาจะยอมรับฟังเหตุผล
“เฮ่อเจิ้งเทียน สั่งคนมาลากไอ้พวกสิบแปดมงกุฎสามคนนี้ออกไปโบยแล้วโยนทิ้งไปเสีย!” เมิ่งฉีฮ่วนสั่งความจบก็สะบัดหน้าจะเดินกลับเข้าห้อง
ฝ่ายเหมาเด๋อซิงและลูกชายเห็นท่ามิดีก็เปลี่ยนท่าทีทันที
“เป็นแม่เลี้ยงแล้วอย่างไร! นังหนูคนนั้นก็เติบโตมาเพราะแม่เลี้ยงเลี้ยงดูมิใช่หรือ? หรือว่าบุญคุณการเลี้ยงดูจะมิใช่บุญคุณ! หากพระชายาเป็นพวกอกตัญญูมิเห็นหัวญาติพี่น้องเช่นนี้ ก็มิคู่ควรจะมานำพาชาวบ้านอำเภอฮัวซีสร้างนาเกลือหรอก!”
“ใช่! มิคู่ควร!”
ได้ยินเช่นนั้น ฝีเท้าของเมิ่งฉีฮ่วนก็ชะงักลง เขาหันกลับมามองพ่อลูกตระกูลเหมาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “แม้แต่ชื่อจริงของพระชายาพวกเจ