กลวงเป็นบริเวณกว้าง เหตุใดเจ้ายังต้องไปที่นั่นอีก เปลี่ยนที่อื่นมิได้รึ?” เมิ่งฉีฮ่วนกุมมือหลี่เยว่หานไว้แน่น ประสบการณ์ในพระราชวังใต้ดินนั้นประหลาดและน่าหวาดกลัวเกินไป แม้แต่คนอย่างเขาก็ยังอดหวาดระแวงมิได้ เขาห่วงว่าหลี่เยว่หานจะตกอยู่ในอันตรายอีก “ครานี้ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ข้าจะต้องตามเจ้าไปทุกที่”
“ได้เจ้าค่ะ ให้ท่านตามไป แต่ท่านห้ามป่วนงานข้าก็พอ” หลี่เยว่หานเอ่ยพลางเอนศีรษะซบไหล่เมิ่งฉีฮ่วนเบา ๆ “ภูมิประเทศบริเวณนั้นมีความลาดชันที่เหมาะแก่การทำนาเกลือแบบตากแดดที่สุด เดิมทีที่ข้ายังไม่ตัดสินใจทันที เพราะข้าเห็นว่ามันชันเกินไปนิดภายหลังคงต้องใช้แรงงานคนมหาศาลเพื่อปรับถางพื้นที่ ขณะที่ข้ากำลังคำนวณงบประมาณอยู่นั่นแหละ ก็ดันตกลงไปในหลุมเสียก่อน”
เมิ่งฉีฮ่วนใช้คางดุนศีรษะนาง “แล้วเจ้ายังจะไปที่นั่นอีกรึ”
“ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วนี่เจ้าคะ!” หลี่เยว่หานนั่งตัวตรงแล้วมองหน้าเมิ่งฉีฮ่วนอย่างจริงจัง “ภูเขาที่กลวงถล่มลงไปหมดแล้ว ความลาดชันย่อมต้องลดน้อยลง หากโชคดีข้าอาจแทบไม่ต้องใช้แรงงานคนในการปรับหน้าดินเป็นนาเกลือเลยด้วยซ้ำ แถมแถวนั้นยังมีน้ำจืดอีก ไม่มีที่ไหนจะเหมาะไปกว่าที่นั่นอีกแล้วเจ้าค่ะ!”
เห็นหลี่เยว่หานดูกระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวาเพียงนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ทำใจหักห้ามไม่ลง ได้แต่คอยอยู่เคียงข้างนางให้ดีที่สุด
เมื่อถึงที่หมาย หลี่เยว่หานปีนขึ้นไปบนเนินเขาและเฝ้าสังเกตอยู่นาน นางร่