าไปในแดนราชันไร้เทียมทานเถิด ทางข้างหน้าข้าจะไปเพียงลำพัง”
“ไม่…”
“ข้าเห็นด้วยกับคำแนะนำของหวังเฟย” สวีติ้งหลานจ้องหน้าเมิ่งฉีฮ่วนอย่างจริงจัง “ข้าสันนิษฐานว่าพวกที่แอบซ่อนตัวเหล่านั้นพาข้ากับเสี่ยวอี้มาไว้ด้วยกันเพื่อประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ข้าเคยอ่านพบในตำราโบราณว่า พิธีกรรมลึกลับบางชนิดต้องใช้คนจำนวนคู่ พวกเรามีกันสี่คนพอดี หากอยู่ด้วยกันทั้งหมดอาจถูกรวบตัวได้ง่าย แม้ข้าจะมิรู้ว่าแดนราชันไร้เทียมทานคือของวิเศษสิ่งใด แต่ข้าเห็นพ้องกับหวังเฟย”
เมื่อสวีติ้งหลานกล่าวเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็มิรอช้า นางยกมือขึ้นสร้างประตูเชื่อมมิติไปยังแดนราชันไร้เทียมทานทันที สวีติ้งหลานมิลังเลรีบก้าวเท้าเข้าไป ส่วนสวีซิ่งอี้ที่เคยเข้าไปแล้วครั้งหนึ่งย่อมมิมีข้อสงสัย เขารีบเดินตามบิดาเข้าไปทันที เหลือเพียงเมิ่งฉีฮ่วนที่ยังคงกุมมือหลี่เยว่หานไว้แน่นมิยอมปล่อย
“วางใจเถิด ข้าจะมิเป็นไรแน่นอนเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานเอ่ยพลางตบหลังมือของเขาเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจผลักเขาเข้าไปในมิติแล้วรีบปิดประตูเชื่อมทันควัน
“เฮ้อ…” หลี่เยว่หานพิงหลังกับประตูหินแล้วลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจกดกลไกเปิดประตูทันที
โครมคราม! เสียงกลไกขนาดมหึมาหมุนวนสั่นสะเทือน หลี่เยว่หานสัมผัสได้ถึงลางร้ายบางอย่าง นางจึงรีบพุ่งตัวรอดผ่านช่องประตูหินออกมาได้อย่างหวุดหวิด
เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากที่นางกลิ้งตัวลงกับพื้น เศษหินถล่มลงมาจากเพดาน ปิดตายทา