ิดเสียงหัวเราะกึกก้อง “สมกับเป็นผู้ที่แดนราชันไร้เทียมทานเลือก มีสติปัญญาที่เฉียวแหลมจริง ๆ ใช่แล้ว ยามนี้พวกเจ้าก็คือเครื่องสังเวยบนแท่นบูชา ต่อให้เจ้ามิยอมส่งมอบแดนราชันไร้เทียมทานมาก็มิเป็นไร เมื่อเจ้าตายไป ที่นี่ก็จะกลายเป็นทางเข้าออกเพียงแห่งเดียวของแดนราชันไร้เทียมทาน!”
“พวกเจ้ากำลังตามหาค่ายกลอยู่มิใช่รึ?” ชายผมขาวหัวเราะร่า “ข้านี่แหละคือจุดยุทธศาสตร์หลักของค่ายกล ดังนั้นพวกเจ้ามิมีวันทำลายค่ายกลของที่นี่ได้หรอก”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานและเมิ่งฉีฮ่วนต่างสบตากัน หลี่เยว่หานพยักหน้าให้เขาด้วยแววตามุ่งมั่น
เมิ่งฉีฮ่วนแม้จะอยากเอ่ยบางอย่างออกมา ทว่าสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเงียบ และคว้าตัวสวีซิ่งอี้ไว้
เพียงหลี่เยว่หานสะบัดมือ ม่านแสงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า สวีซิ่งอี้ตกตะลึงจนตาค้าง กำลังจะเอ่ยปากถามแต่ก็ถูกเมิ่งฉีฮ่วนผลักส่ง ทั้งสองจึงหายเข้าไปในม่านแสงพร้อมกัน
ชั่วพริบตาม่านแสงก็เลือนหายไป เหลือเพียงหลี่เยว่หานเผชิญหน้ากับชายผมขาวเพียงลำพัง
“เป็นแดนราชันไร้เทียมทานจริง ๆ ด้วย! แดนราชันไร้เทียมทานจริง ๆ!” ชายผมขาวคุ่มคลั่งแทบเสียสติ “สวรรค์มิได้หลอกข้า!”
“ท่านพูดเรื่องนี้ตอนนี้ ดูจะเร็วไปเสียหน่อยมั้ง!” ในขณะที่หลี่เยว่หานพูด ร่างกายของนางก็ถูกปกคลุมด้วยม่านน้ำบาง ๆ ราวกับชุดเกราะที่คุ้มครองไปทุกสัดส่วนของร่างกาย
“เจ้ามันมิรู้อะไรเลย มิคู่ควรจะเป็นเจ้าของแดนราชันไร้เทียมทานเสียด้