าด แต่ก็มิกล้าละทิ้งตำแหน่งเดิมไปโดยง่าย
หากพวกเขาทั้งคู่ติดอยู่ในนิมิตลวงตา การยึดเส้นทางเดิมไว้อาจจะช่วยให้เดินกลับมาได้ แต่หากนางเดินสุ่มไปที่อื่น พวกเขาก็จะขาดจุดอ้างอิงว่าตนเองหลุดพ้นจากค่ายกลลวงตาแล้วหรือยัง
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เยว่หานก็มิสนสิ่งใดอีก นางยกมือขึ้นเรียกน้ำพุจิตวิญญาณหว่านอู้เซิงให้ไหลออกจากฝ่ามือ กระจายลงสู่พื้นและแผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง
ในเมื่อค่ายกลแห่งนี้ขัดขวางสัมผัสวิญญาณได้ ย่อมพิสูจน์ได้ว่ามันมิอาจขัดขวางสิ่งของที่มีรูปร่างตัวตนจริงได้เช่นกัน
บนตัวของเมิ่งฉีฮ่วนยังคงมีกระแสจิตส่วนหนึ่งของหลี่เยว่หานหลงเหลืออยู่ นางเพียงต้องควบคุมทิศทางการไหลของหว่านอู้เซิงให้มุ่งไปหาเขา เมื่อพบตัวกันแล้ว บางทีอาจจะร่วมมือกันทำลายค่ายกลและช่วยสวีซิ่งอี้ออกมาได้!
หลี่เยว่หานพยายามสัมผัสถึงกระแสจิตที่ฝากไว้กับเมิ่งฉีฮ่วน โดยมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่น้ำพุจิตวิญญาณไหลนำไป
นางมิอาจทราบได้ว่าหลุมฝังร่วมแห่งนี้กว้างใหญ่เพียงใด คะเนคร่าวๆ ว่าตนเองเดินมานานเกือบสิบนาทีแล้วแต่กลับยังไร้วี่แววของเมิ่งฉีฮ่วน
สิ่งที่น่าประหลาดคือ แม้นางจะเดินมานานกว่าสิบนาทีซึ่งควรได้ระยะทางร่วมหนึ่งกิโลเมตรแล้ว แต่หากหลุมฝังร่วมแห่งนี้กว้างใหญ่ปานนั้นจริง เหตุใดเสียงสะท้อนกลับยังคงดังกังวานชัดเจนอยู่ใกล้หูเช่นนี้?
หลี่เยว่หานทรุดตัวลงนั่งยองๆ เพื่อตรวจสอบหว่านอู้เซิงบนพื้น
ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสถูก