ผิวน้ำ ของเหลวที่เคยไหลวนอยู่ใต้เท้าพลันอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา!
‘แย่แล้ว!’
ม่านตาของหลี่เยว่หานหดแคบลง นางรีบพลิกฝ่ามือเรียกหว่านอู้เซิงออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
หากองค์หญิงสิบสามแห่งเหลี่ยหลานมาเห็นนางใช้น้ำพุจิตวิญญาณสิ้นเปลืองเช่นนี้ คงได้ปวดใจจนแทบกระอักเลือดเป็นแน่
น้ำพุจิตวิญญาณชุดใหม่แผ่ขยายออกไปอย่างช้าๆ หลี่เยว่หานมิหยุดเรียกมันออกมา นางปล่อยให้หว่านอู้เซิงไหลรินลงสู่พื้นทีละนิดเพื่อรักษาการเชื่อมต่อและมิให้ค่ายกลลวงตามาปั่นประสาทได้อีก
เมื่อหว่านอู้เซิงแผ่เต็มพื้นที่ใต้เท้า หลี่เยว่หานถึงได้ตระหนักว่า ตลอดสิบนาทีที่นางเดินมานั้น นางทำเพียงแค่เดินวนเวียนอยู่รอบแท่นบูชายัญเท่านั้นเอง
เมื่อรับรู้ความจริงข้อนี้ นางจึงหันไปจัดแจงเทียนไขบนแท่นบูชายัญให้ตั้งตรง และในขณะที่นางกำลังจะจุดไฟทีละเล่มนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ผุดพุ่งออกมาจากความมืดแล้วเอื้อมมือมาดับเทียนไขศพที่นางเพิ่งจุดติดลงทันที!
“ท่าน… ท่านแม่ทัพสวี?” หลี่เยว่หานมองสวีติ้งหลานที่ร่างอาบไปด้วยเลือดด้วยความตกตะลึง
“จุดไม่ได้… เทียนพวกนี้จุดไม่ได้เด็ดขาด!” สวีติ้งหลานกล่าวจบ ร่างของเขาก็ทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง
“ท่านแม่ทัพ!” หลี่เยว่หานรีบทรุดตัวลงประคองเขา นางหยิบกระบวยเงินออกมาแล้วป้อนน้ำพุจิตวิญญาณหว่านอู้เซิงให้เขาสองสามคำ
หว่านอู้เซิงเป็นของล้ำค่า เพียงสวีติ้งหลานได้รับไอพลังบริสุทธิ์เข้าไป ร่างกายของเขาก็ฟ