ี่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว เพราะเมื่อเปิดแล้วปิดลงจะไม่มีวันเปิดซ้ำได้อีก แต่การที่พวกเราเข้า ๆ ออก ๆ รูหินนี้ได้หลายครั้ง มิใช่หลักฐานที่ดีที่สุดหรอกหรือ?”
สวีซิ่งอี้เงียบไปทันที
เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวต่อพลางเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว เขาหยิบลูกธนูที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาส่งให้หลี่เยว่หานและสวีซิ่งอี้ดู “ลูกธนูเหล่านี้แม้ภายนอกจะดูเก่าแก่จนขึ้นสนิม แต่กลับไม่มีร่องรอยการผุกร่อน บริเวณรอบ ๆ นี้คือทะเล และสุสานแห่งนี้ก็สร้างอยู่ใต้ก้นบ่อลึก ถึงแม้ระบบกันน้ำจะทำไว้แน่นหนาเพียงใด สุสานโบราณก็ย่อมต้องมีรอยแตกร้าวบ้าง ลูกธนูพวกนี้เห็นชัดว่าถูกนำมาใส่ไว้ทีหลัง และข้าได้ตรวจสอบลูกธนูทั้งหมดที่พวกเจ้าโดนกลไกยิงใส่ในครั้งแรก นอกจากธนูหางขนนกแล้ว ยังมีลูกธนูที่ทำจากเหล็กล้วนอีกไม่น้อย โครงสร้างของธนูทั้งสองชนิดต่างกันอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่ากลไกนี้ถูกติดตั้งเพิ่มในภายหลัง”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็ก้มลงมองมือของเมิ่งฉีฮ่วน
ในมือของเขาถือลูกธนูสองชนิดไว้ และเป็นจริงอย่างที่เขาว่า ความเก่าใหม่ของมันต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ธนูหางขนนกน่าจะเป็นของที่นำมาเติมใหม่เพราะยังคงความคมกริบ ส่วนธนูเหล็กล้วนนั้นแม้จะยังแหลมคมแต่กลับเต็มไปด้วยสนิมหนาเตอะจากการถูกน้ำทะเลกัดกร่อนอย่างหนักจนดูคล้ายจะหักพังได้ง่าย ๆ
“พูดเรื่องพวกนี้แล้วจะมีประโยชน์อะไร!” สวีซิ่งอี้ขมวดคิ้วเริ่มหมดความอดทน “ข้าจะไปช่วยพ่อข้าเอง!”
“เด