ี๋ยวก่อน” เมิ่งฉีฮ่วนรั้งสวีซิ่งอี้ไว้ “ที่นี่ไม่ปลอดภัย หากจะไปสมทบกับแม่ทัพสวี พวกเราก็ต้องไปด้วยกันทั้งหมด เพราะกลไกนี้เก่าแก่มากแล้ว ยามทำงานก็ส่งเสียงดังครืดคราด ข้าไม่อยากทิ้งให้เยว่หานต้องติดอยู่ที่นี่เพียงลำพัง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็หันไปมองสวีซิ่งอี้แล้วพยักหน้าเห็นด้วย “คนมากย่อมมีแรงมาก อีกอย่างหากพวกเจ้าพบท่านแม่ทัพแล้วต้องย้อนกลับมารับข้าที่นี่อีก มันเสี่ยงอันตรายเกินไป ไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละดีที่สุด”
สวีซิ่งอี้มองหลี่เยว่หานสลับกับเมิ่งฉีฮ่วนก่อนจะถอนหายใจ “ก็ได้ ไปด้วยกันหมดนี่แหละ เพียงแต่ค้างคาวพวกนั้นรับมือยากนัก ก่อนเข้าไปพวกเราต้องเตรียมตัวกันสักหน่อย”
หนึ่งเค่อผ่านไป ทั้งสามคนนำเสื้อตัวนอกที่พอจะใช้ได้มามัดรวมกัน แล้วผูกติดกับก้านลูกธนูจนกลายเป็นคบเพลิงประยุกต์อันหนึ่ง
ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สวีซิ่งอี้จึงเดินนำหน้า หลี่เยว่หานอยู่ตรงกลาง และเมิ่งฉีฮ่วนเป็นผู้ระวังหลัง ทั้งสามคนพากันก้าวเข้าสู่ภายในสุสานอีกครั้ง
ทันทีที่เมิ่งฉีฮ่วนก้าวพ้นประตูหินออกมา ก็ได้ยินเสียง “โครม!” ดังสนั่น ทั้งสามคนหันมามองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างนิ่งอึ้งพูดไม่ออก
“โชคดีที่พวกเราเข้ามากันหมด ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องถูกทิ้งให้อยู่ในรูที่ทั้งมืดทั้งหนาวนั่นเพียงลำพังจริงๆ” หลี่เยว่หานเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศอันตึงเครียด
“เส้นทางที่ข้ามาไม่พบท่านแม่ทัพสวี” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางส่งสัญ