งห้องสุสานนี้กลับสูงท่วมหัวคนปกติไปอีกช่วงใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนสูงที่มนุษย์ทั่วไปไม่พึงจะมี
ต่อให้เป็นในโลกอนาคต นางก็ไม่เคยเห็นมนุษย์ที่ตัวใหญ่ยักษ์ขนาดนี้มาก่อน!
หรือจะเป็นบ๊ะจ่าง?
ไม่น่าใช่… ห้องสุสานห้องนี้ดูเหมือนจะเป็นห้องเก็บสมบัติหรือสิ่งของทั่วไป ไม่มีโลงศพวางอยู่เลยแม้แต่ใบเดียว อีกทั้งประตูทั้งสองด้านก็ยังปิดสนิท ต่อให้เป็นบ๊ะจ่างก็ไม่ควรจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้
แล้วมันคือสิ่งใดกันแน่?
“นี่” หลี่เยว่หานดึงรั้งแขนเสื้อสวีซิ่งอี้อีกครั้ง “บอกข้ามาตามตรง สิ่งนี้ปรากฏขึ้นมาตอนไหน?”
สวีซิ่งอี้ที่กำลังขบคิดหาคำตอบเรื่องเงาร่างปริศนานี้อยู่ เมื่อถูกถามเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วตอบว่า “หลังจากที่จุดเทียนจนสว่าง”
“ข้าว่านั่นไม่ใช่คน และไม่ใช่ศพคืนชีพหรอก แต่มันคือ ‘เงา’ จริง ๆ” หลี่เยว่หานวิเคราะห์เสียงเบา “น่าจะเป็นกลไกบางอย่างที่จะปรากฏเงาขึ้นมาเมื่อแสงเทียนทุกเล่มถูกจุดจนสว่าง”
“งั้นข้าจะลองเข้าไปดูใกล้ ๆ” สวีซิ่งอี้เตรียมจะก้าวเดินไปข้างหน้า
“อย่า!” หลี่เยว่หานรีบคว้าตัวเขาไว้ทันควัน “การที่เราเข้ามาในสุสานแห่งนี้ก็นับว่าเป็นการล่วงเกินเจ้าของสุสานมากพอแล้ว อย่าได้เข้าไปยุ่งกับสิ่งนั้นเลย หากไปสะกิดโดนกลไกอื่นเข้าอาจจะเกิดเรื่องประหลาดขึ้นอีก ท่านฟังข้า… พวกเราไปดับเทียนลงครึ่งหนึ่งเถอะ บางทีเงาดำนี้อาจจะหายไปเองก็ได้”
สวีซิ่งอี้เห็นด้วยกับความคิดของนาง เขาเดินนำไปดับเทียนทีละเล่