มอย่างระมัดระวัง
และเป็นไปตามคาด เมื่อแสงเทียนถูกดับจนเหลือเพียงสามเล่ม เงาดำยักษ์นั้นก็เลือนหายไปในความมืดทันที
หลี่เยว่หานลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ต่างจากสวีซิ่งอี้ที่ยังคงระแวดระวัง
เขายืนจ้องเขม็งไปยังจุดที่เงาดำเคยอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดแล้วจึงค่อยผ่อนคลายท่าทีลง
เขาส่งเทียนในมือให้หลี่เยว่หานถือไว้ ส่วนมือตนเองกระชับพลั่วคู่ใจมั่น เตรียมมุ่งหน้าไปยังประตูหิน
ที่นี่ไม่มีร่องรอยของเมิ่งฉีฮ่วน แสดงว่าเขาคงตกลงไปยังส่วนอื่นของสุสาน แต่ไม่รู้ว่าเขาจะตัดสินใจเข้ามาข้างในเหมือนพวกตนหรือไม่
ทว่าในเมื่อหลี่เยว่หานมั่นใจเช่นนั้น สวีซิ่งอี้ก็ไม่อยากขัดศรัทธา อีกอย่างอย่างไรเสียพวกเขาก็ต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้อยู่ดี
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูหิน สวีซิ่งอี้ลองออกแรงผลักแต่ประตูไม่ขยับเขยื้อน เขาจึงควานหาจนพบกลไก เมื่อเสียงฟันเฟืองลั่นดังสนั่น ประตูหินก็เริ่มสั่นสะเทือนและเลื่อนเปิดออกช้า ๆ
หลี่เยว่หานสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง นางรีบกระชากตัวสวีซิ่งอี้ให้ถอยมาหลบด้านข้างทันที
ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง ฝูงค้างคาวนับพันก็พุ่งพรูออกมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
กลิ่นคาวคลุ้งถูกหอบออกมาพร้อมกับปีกที่กระพือพรึ่บพรั่บ หลี่เยว่หานรีบยกมือปิดจมูกพลางขมวดคิ้วแน่น
ค้างคาวมากมายขนาดนี้มาจากที่ใด? ปกติแล้วห้องสุสานควรจะเป็นสถานที่ปิดตายมิใช่หรือ?
สวีซิ่งอี้ไม่ได้เก็บเรื่องนั้นมาคิดให้ปวดหัว