าน เทียนที่จุดทิ้งไว้จะค่อย ๆ ดับลงเพราะขาดอากาศ หากใครพรวดพราดเข้ามาก็จะขาดใจตายได้ง่าย ๆ เมื่อครู่ข้าถึงได้ต้องลองจุดเทียนค้างไว้ที่ปากทางก่อน เพื่อให้มั่นใจว่ามีอากาศถ่ายเทเพียงพอ”
คำพูดของเขาทำให้นางนึกถึงนิยายขุดสุสานที่เคยอ่าน “เจ้าว่า… ในนี้จะมี ‘บ๊ะจ่าง’ *[1] ไหม?”
“บ๊ะจ่างคืออะไร?” สวีซิ่งอี้ถามด้วยความงง
“ก็แบบว่า… ศพในโลงจะลุกขึ้นมาหลอกหลอนเราไหม!” นางเปลี่ยนคำพูด
“โดยทั่วไปย่อมไม่เป็นเช่นนั้น อีกอย่างเราไม่ได้จะเข้าไปในห้องโถงหลัก แค่หาทางพบฉีอ๋องแล้วรีบออกไปจากที่นี่ ตราบใดที่เราไม่ล่วงเกินเจ้าของสุสาน เขาก็คงไม่ถือสาเอาความพวกเรา เพราะเราไม่ใช่โจรขุดสุสานเสียหน่อย” ระหว่างที่พูด สวีซิ่งอี้ก็จุดเทียนตามทางไปเรื่อย ๆ
แสงเทียนทำให้หลี่เยว่หานเริ่มมองเห็นสภาพภายในห้องสุสานได้ชัดเจนขึ้น
แต่ทันทีที่มองเห็นภาพเบื้องหน้าชัดถนัดตา หลี่เยว่หานก็ถึงกับสติหลุด
เสียงกรีดร้องแทบจะหลุดออกมาจากลำคอแต่นางรีบตะปบปากตัวเองไว้แน่น แม้แต่สวีซิ่งอี้เองก็มีสีหน้าเคร่งขรึมลงถนัดตา ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบงัน ได้แต่จ้องมองไปยังใจกลางโถงสุสานด้วยความตกตะลึง
[1] บ๊ะจ่าง (粽子) เป็นคำแสลงที่ใช้เรียก “ศพ” ในโลงที่ลุกขึ้นมาอาละวาด เนื่องจากศพที่ถูกมัดด้วยผ้าพันศพหรืออยู่ในสภาพที่แห้งติดกระดูก มีลักษณะคล้ายกับบ๊ะจ่างที่ถูกห่อและมัดด้วยเชือก