้าว่าอยากเป็นจอมขโมยสุสานอยู่รำไร ตอนนี้ดีล่ะ ข้าต้องมาขุดสุสานจริง ๆ เสียแล้ว”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วฉีกแขนเสื้อข้างหนึ่งออกเป็นริ้ว ๆ นำมาผูกต่อกันยาว ๆ ปลายข้างหนึ่งพันไว้ที่มือตนเอง ส่วนอีกข้างส่งให้หลี่เยว่หานพันไว้ที่ข้อมือ “ในสุสานมีกลไกเยอะ เจ้าเดินตามหลังข้าให้ดี หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยเหลือกันได้ทัน”
“ตกลง!” หลี่เยว่หานพยักหน้า นางไม่เกี่ยงงอนรีบผูกผ้านั้นทันที
สวีซิ่งอี้ชูเทียนนำหลี่เยว่หานมาที่ประตูทางออกลับ เขาคลำหาอะไรบางอย่างครู่หนึ่ง ประตูหินที่ดูเหมือนแผ่นหินธรรมดาก็เลื่อนลงไป เผยให้เห็นปากทางที่มืดมิด
เขายื่นเทียนเข้าไปในอุโมงค์เพื่อทดสอบอากาศครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไฟไม่ดับจึงพานางมุดเข้าไป
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป หลี่เยว่หานก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้ามากระทบผิวกาย
“ที่นี่เป็นสุสาน ไอหยินรุนแรงนัก เจ้าต้องระวังตัวให้ดี” สวีซิ่งอี้เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
“อืม เจ้าก็ด้วย”
ทั้งคู่เดินเลียบผนังไปได้พักหนึ่ง สวีซิ่งอี้ก็หยุดกะทันหัน หลี่เยว่หานไม่ทันตั้งตัวจึงชนเข้ากับแผ่นหลังของเขา “มี… มีอะไรหรือ…” นางถามด้วยเสียงตะกุกตะกักเพราะความหวาดกลัวและตื่นเต้น
“มีเชิงเทียน” สวีซิ่งอี้ตอบพลางยื่นมือไปจุดเทียนที่อยู่เหนือศีรษะ
เมื่อแสงสว่างสาดส่องลงมาจากเบื้องบน หลี่เยว่หานก็ต้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “ไม่นึกเลยว่าในสุสานจะยังมีเทียนหลงเหลืออยู่”
“หลังจากปิดสุส