ญ โอรสทั้งสองต่างมีความขุ่นเคืองที่ฮ่องเต้มิมีความเมตตา จงเจิ้งเสียนซ่อนตัวอยู่นานสองปีจนสามารถสั่นคลอนรากฐานของตระกูลเฉินได้ ตอนนี้ตระกูลเฉินใกล้จะล่มสลายเต็มที ทว่าฮ่องเต้กลับมิยอมคืนตำแหน่งรัชทายาทให้เขา ทำให้เขายังคงมีความโกรธแค้นสะสมอยู่ในใจ
ส่วนจงเจิ้งอวี่ หลังจากเมิ่งฉีฮ่วนจากไป อำนาจทหารห้าแสนนายชานเมืองหลวงควรจะตกอยู่ในมือฮ่องเต้ทั้งหมด แต่ใครจะรู้ว่าใต้บังคับบัญชาของเมิ่งฉีฮ่วนจะแข็งแกร่งและภักดีเช่นนั้น เมื่อตอนที่เมิ่งฉีฮ่วนยังอยู่ในเมืองหลวง จงเจิ้งอวี่มีความสัมพันธ์อันดีกับพวกเขา ดังนั้นหลังจากเกิดเรื่องที่เหลียวปี้เลี่ยตง ฮ่องเต้จึงแสร้งทำเป็นปูนบำเหน็จความดีความชอบให้ฉีหวัง ด้วยการมอบอำนาจทหารครึ่งหนึ่งให้จงเจิ้งอวี่แทน ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้จงเจิ้งอวี่อย่างมาก เพราะเขารู้สึกว่าบิดาหวาดระแวงตนและลำเอียงไปทางจงเจิ้งเสียนมากกว่า
ดังนั้น อำนาจทหารอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ การวางไว้ในมือเมิ่งฉีฮ่วนจึงเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด
หนึ่งคือเพื่อคานอำนาจในราชสำนัก สองคือต่อให้เมิ่งฉีฮ่วนคิดจะก่อกบฏ เขาก็ไม่สามารถสั่งการกองทัพชานเมืองหลวงทั้งหมดได้เพียงลำพัง และฮ่องเต้เองก็รู้จักนิสัยของน้องชายคนนี้ดีว่ามิได้มีความทะเยอทะยานที่จะแย่งชิงอำนาจ ดังนั้นพระองค์จึงมิคิดจะมอบทหารส่วนที่เหลือให้จงเจิ้งอวี่
หลังเลิกประชุมขุนนาง ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นประทับอยู่ในห้องทรงอักษร พลางครุ่นคิดถ