ได้ ขอเพียงมีให้มีคนตายเป็นพอ!” สวีซิ่งอี้กุมหน้าผากพลางมองมู่หวังเฟยด้วยสายตาตัดพ้อ
“ข้าเคยพูดเช่นนั้นก็จริง แต่เจ้าก็เห็นแล้วนี่ว่าพวกนั้นจงใจวางแผนเล่นงานเจ้า!” มู่หวังเฟยถลิงตาใส่สวีซึ่งอี้ทีหนึ่ง
“เล่ามาชี เหตุใดเจ้ากับสวินเอ๋อร์ถึงไปมีเรื่องกันกลางถนนได้?”มู่หวังเฟยจีบชาพลางเอ่ยถาม
“ข้าเพิ่งกลับมาเมืองหลวงได้มีกี่วัน ก็ได้ยืนข่าวว่าจวนอู๋กั่วกงคิดจะส่งแม่นางหยวนหลิงเอ๋อร์ บุตรสาวคนโตของบ้านนั้นมาแต่งงานกับข้า ข้าพิจารณาดูแล้ว หยวนหลิงเอ๋อร์ผู้นั้นหน้าตาก็ไม่งาม อารมณ์ก็ร้าย นิสัยก็มีดี พอดีเจอสวินเอ๋อร์เข้า ข้าเลยกะว่าจะฝากเขาไปบอกอู๋กั้วกงว่าอย่าได้คิดแผนสกปรกเช่นนี้ ข้ามียอมตกลงเด็ดขาด แต่ใครจะไปนิกว่าสวินเอ๋อร์กล้าเถียงข้า ข้าโมโหเลยแค่สะกิดเขาไปนิดเดียว เขาก็ล้มตึงไปเลย … ข้าเองก็คิดมีถึง … ”
สวีซึ่งอี้เล่าไปพลางถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ “ข้ามีคาดคิดจริง ๆ ว่าสวินเอ๋อร์ที่เป็นบุรุษตัวโตเสียเปล่า กลับอ้อนแอ้นออเซาะปานนั้น”
“พวกเยาวางแผนไว้แล้วน่ะสิ” มู่หวังเฟยปรายตายวางใส่สวีซิ่งอี้ ”พวกเขาจับจุดนิสัยวู่วามของเจ้าได้แม่นยำ จึงคำนวณไว้แล้วว่าเจ้าต้องโมโหใส่สวินเออร์แน่ ท่านหมอก็บอกแล้วมีใช่หรือว่าสวินเอ๋อร์เพิ่งหายจากไข้หวัดร่างกายกำลังอ่อนแอ ข้ารู้มาว่าที่เขาเป็นไข้ก็เพราะถูกหยวนหลิงเอ๋อร์ผลักตกสระบัว นี่คงเป็นเพราะที่บ้านตระกูลหยวนมีมียาบำรุงดี ๆ เลยกะจะล้วงเงินจากกระเป๋า