เจ้าไปซื้อยาบำรุงร่างกายสินะ”
ได้ยืนเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกแปลกใจ “หยวนหลิงเอ๋อร์กล้าลงมือแม้กระทั่งกับพี่ชายตนเองเชียวหรือ?”
“ใช่แล้ว หยวนหลิงเอ๋อร์ผู้นั้นคือตัวป่วนบ้าน ใครแต่งนางเข้าบ้านก็ชวยไปถึงตัว แถมยังเป็นบุตรสาวคนโต ฮูหยินเฒ่าอู๋กั่วกงก็รักใคร่นางเหลือเกิน ยิ่งทำให้นางกำเริบเสิบสาน” มู่หวังเฟยก้มหน้าจีบน้ำต่อไป
“ท่านอา … ” สวีซิ่งอี้เรียกเบา ๆ ด้วยท่าทางน่าสงสาร
“มีอะไรอีก?” มู่หวังเฟยมีแม้แต่จะเงยหน้ามอง
“ย้าเมารถขอรับ … ” สวีซึ่งอี้ทำหน้าเศร้า “ได้ยืนพวกท่านพูดถึงหยวนหลิงเอ๋อร์ ประกอบกับรถม้าโคลงเคลง ข้ารู้สึกอยากจะอาเจียนยิ่งนัก!”
พอมู่หวังเฟยได้ยืนดังนั้นก็รีบสั่งหยุดรถทันที สาวใช้ด้านนอกรีบนำน้ำชามาให้สวีซึ่งอี้ พร้อมกับเปิดม่านสองข้างรถม้าเพื่อระบายอากาศ ครู่ใหญ่สวีซิ่งอี้จึงค่อยรู้สึกดีขึ้น
หลังจากส่งสวีซึ่งอี้กลับถึงจวนตระกูลสวี และแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้คนในตระกูลสวีทราบแล้ว มู่หวังเฟยก็เดินทางกลับมาส่งหลี่เยว่หานที่จวนฉีอ๋องต่อ
เมื่อมาถึงจวนฉีอ๋อง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้ว เมิ่งฉีอ่วนกลับมาถึงก่อนแล้วและกำลังประชุมอยู่กับเหล่ารองแม่ทัพที่ห้องโถงหารือ หลี่เยว่หานกลับมาถึงก็สั่งให้ชุ่ยกั่วไปที่โรงครัวเพื่อเพิ่มอาหารที่มู่หวังเฟยชอบอีกหลายอย่าง
ประจวบเหมาะกับที่หลี่หรงหรงฟื้นพอดี นางเตรียมตัวจะกลับจวนตระกูลหลิ่วจึงเดินมาเอ่ยลา
“พี่หญิง เรื่องในวันนี้รบกว