นักหมอหลวงมาตรวจดูอาการ
หลังจากหมอกู่ตรวจดูอย่างละเอียดและยืนยันว่าหลี่หรงหรงเพียงแค่สลบไปชั่วคราวและไม่มีอันตรายใด ๆ หลี่เยว่หานจึงเบาใจลง
“เยว่หาน เจ้าช่างใจอ่อนเหลือเกิน” มู่หวังเฟยมองหลี่เยว่หานที่เพิ่งโล่งใจพลางเอ่ยขึ้น “เรื่องพรรค์นี้เจ้าไม่จำเป็นต้องออกหน้าเองด้วยซ้ำ เพียงแค่ส่งอวี้จวงไปชี้แจงความจริงกับท่านผู้ว่าการสิงก็สิ้นเรื่อง การที่เจ้าไปปรากฏตัวเช่นนั้น มิเท่ากับเป็นการบอกผู้อื่นหรือว่าหญิงบ้าผู้นั้นคือแม่เลี้ยงของเจ้าจริง ๆ”
“อีกอย่าง การใส่ร้ายป้ายสีเชื้อพระวงศ์และขุนนางคนสำคัญกลางถนนย่อมมีโทษถึงตายอยู่แล้ว เจ้ายังจะไปเสียเวลาพ่นวาจากับนางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองอีก ทำเช่นนี้ผู้อื่นจะไม่มองว่าเจ้าถูกรังแกได้ง่ายหรอกหรือ!”
มู่หวังเฟยถอนหายใจยาว “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อยากให้เรื่องบานปลายจนกระทบถึงชื่อเสียงของท่านพ่อเจ้า แต่คำพูดของชาวบ้านร้านตลาดน่ะ ใครจะไปเชื่อถือจริงจังกัน”
มู่หวังเฟยบ่นยืดยาวอยู่พักใหญ่ แต่หลี่เยว่หานกลับนิ่งเงียบไร้ปฏิกิริยา
เมื่อวางถ้วยชาลง มู่หวังเฟยถึงได้สังเกตเห็นว่าหลี่เยว่หานกำลังเหม่อลอยอยู่
“เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ?” มู่หวังเฟยถาม
“ความจริงวันนี้ข้าก็ไม่อยากออกหน้าเจ้าค่ะ ข้ารู้ดีว่าหากข้าออกไปจะยิ่งเป็นการยืนยันตัวตนของหวังเฟิ่ง และทำให้คำพูดของนางดูมีน้ำหนักมากขึ้น” หลี่เยว่หานเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ “เพียงแต่พี่สะใภ้เจ้าคะ ข้ามักจะค