นขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสารในความอ่อนแอนั้น มู่หวังเฟยจึงดึงหลี่เยว่หานเข้ามาโอบกอดไว้
“อย่าคิดมากเลย อย่างไรเรื่องก็ผ่านไปแล้ว ความแค้นระหว่างพ่อแม่เจ้าก็ให้พวกเขาจัดการกันเอง ไม่เกี่ยวกับเจ้าที่เป็นลูกหรอก ความตั้งใจดีที่เจ้าอยากมอบทางรอดให้หญิงโฉดผู้นั้น เบื้องบนย่อมรับรู้และส่งผลบุญถึงอานิ่งตัวน้อยของเราแน่นอน” มู่หวังเฟยพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาให้หลี่เยว่หาน แล้วดึงมือนางลุกขึ้น “ไปเถิด พาข้าไปดูหลานชายหลานสาวตัวน้อยผู้น่ารักของข้าหน่อย”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็หลุดยิ้มออกมา นางพยักหน้าและเดินตามมู่หวังเฟยเข้าไปยังเรือนชั้นใน
ทันทีที่ย่างก้าวเข้าสู่เรือนชั้นใน ก็เห็นเมิ่งฉีฮ่วนกำลังยืนสนทนาอยู่กับเฮ่อเจิ้งเทียนพอดี