งกับหลี่เยว่หานนั้นลึกซึ้งจนไม่อาจอยู่ร่วมโลก หากวันนี้ยังฝืนดื้อด้านต่อ หลี่เยว่หานอาจจะหมดความอดทนแล้วยัดข้อหาลบหลู่เชื้อพระวงศ์ให้นางถูกประหารกลางตลาดก็ย่อมได้!
นางเป็นถึงฉีหวังเฟย… ส่วนฉีอ๋องก็เป็นชินอ๋องเพียงหนึ่งเดียวของแคว้นตงฮั่น มีหรือที่นางจะไม่หวาดกลัว!
“หรงหรง… แม่มันโง่เอง! แม่มันโง่ไปจริง ๆ!” หวังเฟิ่งเปลี่ยนท่าทีมาเป็นฝ่ายน่าสงสารได้อย่างรวดเร็ว นางร้องไห้ฟูมฟายจนใบหน้าเปื้อนฝุ่นมอมแมม “แม่ถูกความมืดดำเข้าบังตา คิดไม่ตกเอง! หรงหรง เยว่หาน… แม่ถูกคนตระกูลเหมาโขกสับจนไม่เหลือความเป็นคนแล้ว ไม่อย่างนั้นแม่คงไม่แบกหน้าเข้าเมืองหลวงมาทำให้พวกเจ้าอับอายขายหน้าเช่นนี้หรอก!”
เมื่อเห็นหวังเฟิ่งเริ่มอ่อนลง หลี่หรงหรงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางเหลือบมองสีหน้าของหลี่เยว่หาน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีขุ่นเคืองจึงวางใจลง พลางซับน้ำตาเอ่ยว่า “ท่านแม่ ข้าทราบดีว่าท่านต้องลำบากอยู่ที่บ้านตระกูลเหมา ท่านวางใจเถิด ข้ากับพี่สาวจะต้องหาทางช่วยท่านออกมาแน่เจ้าค่ะ”
พูดจบ หลี่หรงหรงก็คลานคุกเข่าเข้าไปดึงชายกระโปรงของหลี่เยว่หาน อ้อนวอนด้วยสายตาน่าเวทนา “พี่สาว ท่านแม่สำนึกผิดแล้ว ท่านช่วยนางสักครั้งเถิดนะเจ้าคะ”
“ข้าบอกไปแล้วว่าจะช่วยให้หวังเฟิ่งหลุดพ้นจากตระกูลเหมา และจะมอบเงินให้ก้อนหนึ่ง แต่มีเงื่อนไขว่านางห้ามพำนักอยู่ในเมืองหลวงเด็ดขาด!” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานยังคงเย็นชา
กระนั้น